การเดินทางสู่ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา เราเคยได้ลองหันกลับมามองดูหรือไมว่าเรามีรอยยิ้มและความสนุกในการเดินทางสู่ความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ผู้บริหารท่านหนึ่งได้เล่าประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้กลยุทธ์การสะกิดความเก่งด้วยหลักการ"ฉลาดคิดฉลาดยิ้ม"กับชีวิตการบริหารในช่วง mid-life crisis ระหว่างหลักสูตร Executive EQ เพื่อเพิ่มรอยยิ้มและความสนุกในการเดินทาง ดังนี้...
วิกฤตของชีวิตนักบริหาร
ผู้บริหารท่านหนึ่งได้เล่าเรื่องราวของทางสองแพร่งของชีวิตหรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า
Mid-life crisis ว่าในปกติท่านเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนต่างๆที่รู้จัก
ไม่ถือตัว เป็นคนคุยสนุกเพื่อนฝูงมากมาย เมื่อแรกเริ่มเข้ามาทำงานในบริษัท ผู้จัดการใหญ่ก็เห็นแววของการมีความสามารถในการเข้ากับคนได้เก่งจึงให้โอกาสโดยมอบงานทางด้านฝ่ายขายให้
แล้วชีวิตของการเป็นนักขายก็เริ่มต้นขึ้น ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำก็เพียงแต่ไปหาเพื่อนและเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เขาประทับใจเวลาเขาใช้สินค้าและตัวเขาเองประทับใจในคุณภาพและบริการของบริษัทในด้านไหนบ้าง
ปรากฏว่าเพื่อนๆ ฟังแล้วก็เห็นว่าเขาเล่ามาจากใจจริงก็เลยขอลองใช้ดูบ้าง เขาแวะไปหาเพื่อนๆที่รู้จัก
ปรากฏว่าเพื่อนๆก็อุดหนุนใช้สินค้ากันอย่างหนาแน่นเรียกว่าปากต่อปากขยายวงเครือข่ายไปเรื่อยๆ
ทุกวันกลับบ้านไม่ค่อยตรงเวลา ทุ่มหนึ่งบ้าง สองทุ่มบ้าง แต่ทุกวันก็จะมีเรื่องที่ตื่นเต้นไปเล่ากับคนที่รักที่บ้านทุกวัน
ลูกๆและคนที่รักที่บ้านก็ตระหนักถึงความสนุกที่เขาได้รับจากงานขายและก็พลอยสนับสนุนและชื่นชมความสามารถของเขา
แม้จะทำงานเกินเวลาแต่ก็ดูไม่เหน็ดเหนื่อย
หนึ่งปีผ่านไปปรากฎว่าเขาก็ได้รับรางวัลยอดนักขายหน้าใหม่ที่ทำรายได้สูงสุด หรือ
Rookie of the year เขารู้สึกสนุกไปกับงานมาก และยิ่งเพื่อนบอกต่อมากขึ้นวงจรของความสำเร็จก็ยิ่งเกิดมากขึ้น
ความสนุกก็ยิ่งมีมากขึ้น ปีที่ 2 เขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็น ยอดนักขายแห่งปี
หรือ sales man of the year สิ่งที่เขาสังเกตดูตัวเองก็คือ ทำไปตามธรรมชาติในสิ่งที่เขาเป็น
ถ้าเป็นกีฬาก็เปรียบเสมือนวงที่เล่นเป็นเอกลักษณ์ของเขาเองไม่ต้องไปฝืนหรือเรียนแบบคนอื่น
ตีไปตามวงธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง มีความสนุกกับการเล่นและรักที่จะให้สิ่งดีๆเหล่านั้นกับผู้อื่น
ยิ่งให้มากก็เป็นกระบวนการสะท้อนกลับก็คือประสบผลสำเร็จในการขายอย่างมาก
เมื่อขึ้นปีที่ 3 ทางบริษัทเห็นความสามารถก็เลย Promote ให้เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ให้เงินเดือนเพิ่มและให้ห้องทำงานที่โก้หรูมีลูกทีมมาอยู่ภายใต้การปกครองหลายคน เป็นที่น่าอิจฉาของเพื่อนๆและคนที่อยู่รอบข้าง เมื่อเป็นผู้บริหารหน้าที่หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทักษะที่ชำนาญและมีความชอบเป็นทุนเริ่มใช้น้อยลงโดยเฉพาะการติดต่อสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าที่เปรียบเสมือนเพื่อนที่แสนดี แต่ต้องเป็นนักวางแผน นักแก้ปัญหาและจัดการมากขึ้น เช้าขึ้นมาก็เรียกประชุมลูกน้องเพื่อแบ่งและวางแผนการขายในสถานที่ต่างๆ มีการติดตามผลประจำวัน สรุปปัญหาและช่วยทีมงานต่อสู้เพื่อให้ได้มาถึงแผนการตลาดที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด ช่วงบ่ายก็ส่งรายงานไปเมืองนอกและติดตามยอดขายรวมทั้งรับฟังปัญหาและหาทางปรับกระบวนการขายให้มีประสิทธิภาพ ก่อนกลับบ้านก็สรุปรายงานส่งเจ้านายและเตรียมแผนสำหรับวันต่อไป
ดูเหมือนน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้บริหารการขายทั่วๆไปทำและน่าจะมีความสุขและมีความภาคภูมิใจในชีวิตแต่เขากลับมาปรึกษาผู้เขียนว่าเมื่อเป็นผู้บริหาร แม้เงินจะดี ตำแหน่งจะใหญ่โต แต่ทำไมความมันในการทำงานและความสนุกจึงหมดไป ถึงบ้านแม้จะกลับบ้านตรงเวลามากขึ้นแต่ที่บ้านสังเกตได้ว่าเครียดและหมดเรี่ยวหมดแรงมากกว่าที่กลับดึกๆเสียอีก
เริ่มที่ไหนดีเมื่อถึงทางสองแพร่ง
การเปลี่ยนแปลงให้เกิดเส้นทางสายใหม่ในการพัฒนาการ หลายคนมีคำถามว่าควรจะเริ่มต้นที่ไหนดี เราควรจะประสานแรงกระตุ้นจากภายนอกที่สร้างกระแสของการวิ่งประสานกับกระแสของความอยากที่เกิดจากภายในแล้วแปรเปลี่ยนให้เกิดเป็นพลังในการพัฒนาอย่างมีปัญญา ฉลาดคิด ก็คือการเท่าทันกระแสความคิดและความต้องการเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนและพลังไปสู่เป้าหมายที่เลือกสรรอย่างชาญฉลาดในขณะเดียวกันก็ต้อง ฉลาดยิ้ม ที่จะสร้างความสุขในการเดินทางด้วยการสะกิดความเก่ง ผนึกความสามารถของตัวเองและทีมงานเพื่อให้เกิดความสุขในการเดินสู่จุดหมายอย่างมีหัวใจที่พองโต
กล้าที่จะเดินในเส้นทางสายใหม่
ผู้บริหารหลายท่านคงจะเหมือนกับเพื่อนของผู้เขียนที่เดินทางถึงช่วงกลางของชีวิตที่ต้องเลือกทางเดินระหว่างความสำเร็จหรือความสุขในการเดินทาง บางท่านเลือกที่จะหาความสำเร็จให้ได้เงินเยอะๆก่อน เมื่อเกษียณอายุแล้วจะได้ทำสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันว่าอยากจะทำ แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับไม่มีแรงที่จะแสวงหาความสุขนั้นแม้จะมีเงินอยู่เต็มกระเป๋า
เพื่อนของผู้เขียนที่เป็นนักบริหารซึ่งไม่มีความสุขในการเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย เริ่มทำความเข้าใจถึงกระบวนการฉลาดคิดฉลาดยิ้มอย่างนักบริหารแบบไทยๆและตัดสินใจที่จะเลือกการผสมผสานการเดินทางด้วยความสำเร็จและความสุขไปพร้อมๆกันหาได้เป็นการเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ การเดินทางเริ่มจากการกล้าที่จะ
1. กระชากกรอบความคิด
...ฉลาดคิด ที่จะเข้าไปเข้าใจกระแสความต้องการและความคาดหวังที่แท้จริงของคนรอบข้างอย่างแท้จริง
หาเวลาที่จะหยุดคิดและเข้าใจความต้องการของตนเอง เมื่อเขาหยุดที่จะคิดอย่างพินิจพิเคราะห์
ชีวิตเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มเข้าใจว่าที่เขาเหนื่อยอ่อนกับการไปข้างหน้านั้นเป็นเพราะเขาต้านกระแสของความคาดหวังและธรรมชาติของตัวเอง
เขาไม่ได้ดึงเอาสิ่งที่มีพรสวรรค์ในด้านมนุษยสัมพันธ์ซึ่งตัวเขาและคนที่อยู่รอบข้างชื่นชมมาใช้
มัวแต่เอาสไตล์ของการบริหารของผู้บังคับบัญชาที่แตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิงมาเป็นกรอบความคิดหลักในการบริหาร
เมื่อเขาวุ่นกับการลอกเลียนแบบเจ้านายก็ลืมหันกลับไปมองความเก่งของทีมงานที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองซึ่งแตกต่างจากตัวเขา
...ฉลาดยิ้ม เมื่อเขาเข้าใจเหตุและปัจจัยของความตรึงเครียดที่อยู่รอบตัวและภายในตัวเขา
การปรับเปลี่ยนกรอบความคิดโดยเข้าไปในใจของตัวเองและคนรอบข้างจะลดเกราะกำบังของความเครียด
ความขัดแย้ง
ความไม่เข้าใจกันและเมื่อเราเข้าไปในใจจริงๆ ไม่ใช่เข้าไปในสมองแต่เพียงอย่างเดียว การเปิดรับความรู้สึกใหม่ๆรวมทั้งถ้าเราใช้การที่ฉลาดยิ้มเปลี่ยนแปลงแรงต้านที่เกิดจากความคาดหวังที่แตกต่างให้กลายเป็นแรงประสานที่หนุนให้กลายเป็นแรงส่งท้าย
เมื่อผู้จัดการฝ่ายขายผู้นี้ปรับเปลี่ยนกรอบความคิดที่เคยเข้าใจแต่ความคิดของเจ้านายและพยายามจะลอกเลียนแบบสไตล์ของเจ้านายจนลืมดูใจตนเองว่าตัวเองมีเอกลักษณ์และพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นในสไตล์ไหนคนใกล้ชิดที่สำคัญในปัจจุบันซึ่งไม่ใช่แค่เจ้านายแต่ต้องรวมทั้งลูกค้าที่มีความต้องการที่แปรเปลี่ยน ลูกน้องที่มีความคิดและความเก่งที่เป็นของเขาเองที่แทนที่จะวิ่งแบบเรา ถ้าเรามองเห็นความเก่งในรูปแบบของเขา เราก็สามารถดึงพลังความต่างและเอามาเสริมจุดที่เราไม่ชอบ
นอกเหนือจากลูกพี่และลูกน้องแล้วเพื่อนผู้บริหารที่ต้องการการส่งลูกจากฝ่ายขายแบบรู้ใจไม่ว่าจะเป็นมุมของฝ่ายบริการ ฝ่ายการเงินและฝ่ายช่าง ตลอดจนคนที่จะชาร์จพลังให้เราก็คือคนที่เรารักที่บ้าน เปลี่ยนจากเวลาที่เราบ่นว่าไม่ได้ดั่งใจ ไปเป็นเวลาคุณภาพที่เป็นตัวของเราเองและยอมรับความคิดของความต่างและหาทางเลือกที่สร้างสรรค์เป้หมายที่เกื้อกูลกัน เมื่อเขาสามารถรู้ เข้าใจ ยอมรับมุมมองของกรอบความคิดที่แตกต่างและมีกุศลโยบายและทักษะที่เปลี่ยนลมต้านให้เป็นลมส่งท้าย แรงต้านก็จะกลายเป็นลมใต้ปีกที่จะสนับสนุนให้ไปสู่ดวงดาวแห่งความฝันที่ต้องการ
2. สะกิดความเก่ง
ส ฉลาดคิด เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้บริหารที่ต้องมองให้ออกว่าความเก่งที่แท้จริงของตัวเราเองในฐานะผู้บริหารอยู่ที่ไหน
ต่อมสนุกที่ทำให้เราสามารถดึงความถนัดเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการสะกิดความเก่ง
ในฐานะผู้บริหารแล้วเราต้องรู้จักเอกลักษณ์ของตัวเองให้ดี และต้องมองให้ออกว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดเรานั้นเขามีต่อมสนุกอยู่ด้านใด
การสะกิดความเก่งในจุดที่ควรจะสะกิดก็จะทำให้การปลดปล่อยความเก่งเป็นสิ่งที่ง่ายดาย
สฉลาดยิ้ม เมื่อเข้าใจเอกลักษณ์ความเก่งของแต่ละคน คุณสมบัติที่ต้องการในผู้จัดการฝ่ายขายนั้นเป็นส่วนผสมของความเก่งในตัวเขาและทีมงานผสมกัน เมื่อมองทางลมออก ก็หยุดที่จะใช้รอยยิ้มสะกิดต่อมสนุกเพื่อกระตุ้นความเก่งของแต่ละคนในทีมงานออกมา เริ่มจากสะกิดความเก่งด้าน มนุษย์สัมพันธ์และการมองภาพรวมของเขาเองออกมา พร้อมทั้งหันกลับไปมองความต้องการในงานของผู้บริหารกับความโดดเด่นของลูกทีม ในด้านการวางแผน การติดตามผล และการแก้ปัญหา ซึ่งถ้ามองลึกๆลงไปในตัวทีมงานแล้วเขามีโดดเด่นกว่าตัวเขาเองเสียอีกเมื่อมองเห็นภาพความเก่งของทีมเจอก็เริ่มสะกิดด้วยการให้โอกาสและส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้วยการส่งไปฝีกอบรมเพื่อเจียระไนพรสวรรค์ด้วยพรแสวงของการเรียนรู้รวมทั้งเห็นคุณค่าด้วยการให้โอกาสและผลตอบแทนที่สอดคล้องกับความถนัดของทีมงานแต่ละคน
3. เล็งเป้าหมายร่วม
สวฉลาดคิด เมื่อรู้จักความเก่งของทีมอย่างแท้จริงก็สร้างพิมพ์เขียวของเป้าหมาย
บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องเป็นขุนเขาด้วยการสร้างเป้าที่เหมาะสมกับศักยภาพของทีมงานและของตัวเขาเองด้วยความสนุกพร้อมทั้งสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ที่อยู่รอบข้างอย่างชาญฉลาด
มิใช่เป็นเป้าหมายที่เป็นความฝันที่เกินเอื้อมของทีมงานหรือเป็นเป้าหมายที่ไม่สมคุณค่าจากสายตาของลูกค้าและจ้านาย
สำหรับตัวเขาเองเนื่องจากเขาชอบเรื่องมนุษยสัมพันธ์และการมองภาพรวม เขาจึงเป็นผู้นำในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าคนสำคัญและช่วยทีมมองภาพรวมในการหาเป้าหมายทางการตลาด
ส่วนที่เหลือของการบริหารไม่ว่าจะเป็นงานหลังบ้านการวางแผนและติดตามผล การแก้ปัญหาเทคนิคก็ให้อำนาจแก่ผู้มือซ้ายมือขวาที่มีความถนัดและสนุกกับการตัดสินใจในเนื้องานเหล่านั้น
สวฉลาดยิ้ม
เมื่อเขามองเห็นจุดสมดุลย์ ของความสำเร็จในสายตาของทุกฝ่าย เขาจะต้องเป็นคน
สร้างความสุขที่ผสมผสานบนความสำเร็จด้วยการประสานใจของทุกคนที่เกี่ยวข้องให้มีความสุขและความสนุกในการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความท้าทาย
ความเชื่อมั่นและศรัทธาว่าทีมเราทำได้
พร้อมกับคำมั่นสัญญาที่ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ การผสมผสานด้วยรอยยิ้มจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ทุกคนร่วมกันก้าวเดินไปสู่จุดมุ่งหมายอย่างมีความสุข
4. รวมความต่าง
สวฉลาดคิด
การผสมผสานความเก่งอย่างลงตัวจำเป็นที่จะมีต้องเห็นคุณค่าและชื่นชมความเก่ง
ในช่วงเริ่มต้นของการผสมผสานเขารู้ตัวดีว่าการแก้ปัญหาเทคนิคและการติดตามผลเป็นข้อจำกัดของเขาเองแม้พยายามที่จะศึกษาพื้นฐานของหลักการพร้อมทั้งเข้าใจแนวทางเบื้องต้นเพื่อสามารถทำความเข้าใจหรือประสานแนวทางที่แตกต่างของทีมงาน
แต่ในการวางแผนรายละเอียด เขาปล่อยให้แต่ละคนมีอิสระทางความคิดในการลงลึกในแต่ละเรื่องอย่างเต็มที่
วสฉลาดยิ้ม เมื่อเห็นคุณค่าแห่งความต่างผู้บริหารต้องฉลาดยิ้มในการสื่อสารผ่านมิติของความต่างเพราะเมื่อเรามีความต่างถ้าเราไม่มีความสามารถในการส่งรอยยิ้มในการสื่อสารอย่างรู้ใจหรือเปิดใจ ความเครียดอาจเข้ามาในวงโคจรได้โดยง่าย แต่ถ้าเราสามารถต่อยอดความสนุกให้เป็นเราก็สามารถจะนำความเก่งมาเสริมพลังซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่
5. สร้างทีมที่เป็นเลิศ
..ฉลาดคิด
การสร้างทีมงานที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องสร้างกระบวนการที่สอดคล้องและสามารถใช้ความเก่งของทีมงานได้อย่างถูกจังหวะพร้อมความเหมาะสมและสอดคล้องกับความถนัดที่มีอยู่ในตัวเอง
เพราะถ้ากระบวนการ ความถนัด และทักษะอยู่ในมุมที่สอดคล้องกันเราก็สามารถที่จะสร้างพื้นฐานที่เมื่อเราใส่หัวใจของความเป็นเลิศเข้าไป
รอยยิ้มในดวงใจก็จะขับเคลื่อนการกระทำได้อย่างอัตโนมัติ
สฉลาดยิ้ม เมื่อได้คนที่มีหัวใจในงาน Put the right man with the right heart to the right job ก็สร้างกระบวนการที่เป็นเลิศในการหล่อหลอมและผนึกความเก่งของแต่ละคนด้วยหัวใจ เขาเองในฐานะที่เก่งทางด้านมนุษย์สัมพันธ์และมองภาพรวมก็จะปล่อยให้ ทีมงานที่รู้ปัญหาของลูกค้าดีเข้ามาเป็นผู้นำในการระดมสมอง เมื่อได้ประเด็นที่เด่นชัดเขาก็เริ่มเข้ามาช่วยนำด้วยการมองภาพรวมและประสานความคิดในการหาคำตอบจากทุกคนซึ่งเขาทำได้โดดเด่นและเมื่อได้แนวความคิดที่หลากหลายก็โยนแนวทางไปให้ทีมที่เก่งในการวางแผนปฎิบัติและติดตามผลซี่งทีมงานเหล่านี้จะตามและเฝ้าดูการปฏิบิติอย่างไม่วางมือจนกระทั่งเสร็จ นอกเหนือจากนั้นการวางวัฒนธรรมที่เสริมสร้างให้แต่ละคนในทีมสามารถช่วยกันฉลาดคิดอย่างเป็นตัวของตัวเองและฉลาดยิ้มที่มีอิสระทางการขยับขยายและคล่องตัวในการกระสานจะทำให้เกิดพลังสู่ความเป็นเลิศด้วยความสมดุลย์อย่างเป็นธรรมชาติ
เขารู้ดีว่าเมื่อเขาก้าวไปในเส้นทางสายใหม่ที่ฉลาดคิดและฉลาดยิ้ม เขาสามารถเป็นตัวของเขาเองทั้งยังสามารถดึงเอาหัวใจและสมองของทีมงานที่โดดเด่นมาผสมผสานจากใจของทุกคนที่เกิดจากภายในแล้วแปรเปลี่ยนให้เกิดเป็นพลังในการพัฒนาอย่างมีปัญญา ฉลาดคิด ซึ่งก็คือการรู้เท่ากันกระแสความคิดและความต้องการเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนและพลังไปสู่เป้าหมายที่เลือกสรรอย่างชาญฉลาดในขณะเดียวกันก็ต้อง ฉลาดยิ้ม ที่จะสร้างความสุขในการเดินทางด้วยการสะกิดความเก่ง ผนึกความสามารถของตัวเองและทีมงานเพื่อให้เกิดความสุขในการเดินสู่จุดหมายอย่างมีหัวใจที่พองโต เราจะมาคุยในมุมที่ลึกซึ้งมากขึ้นในคราวหน้าในตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ การฉลาดคิดและฉลาดยิ้มแบบไทยๆในชีวิตของผู้บริหาร
ข้อคิด
คุณเคยหยุดคิดเพื่อที่จะทำความเข้าใจกับอารมณ์ตัวเองว่าเครียดหรือสนุกกับลักษณะงานประเภทใดหรือไม่และคุณเลือกและลิขิตเส้นทางที่ทำให้คุณมีแต่รอยยิ้มมากน้อยเพียงใด
ฉลาดคิดฉลาดยิ้ม
ในการสะกิดความเก่ง
โดย อ. กฤษณ์ รุยาพร
Asia Pacific Innovation Center
|
||
|
สวส |
|
|
|
|
|