APIC Leadership Series 2000

http://www.e-apic.com, Tel.  714-4462

การสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพ
ฝ่าวิกฤต

คนเราทุกคนมีความสามารถเป็นพลังซ่อนเร้นอยู่ในตัว  แต่เป็นที่น่าเสียดายที่บางคนนั้นตลอดชีวิตไม่สามารถนำความสามารถตรงนั้นออกมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ หรือบางคนคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถเป็นเรื่องเป็นราวเสียด้วยซ้ำไป
          แต่การจะโลดแล่นฝ่าวิกฤตไปได้นั้นจำเป็นอย่ายิ่งที่เราจะต้องหันกลับมาดูตัวเองว่าเราได้ใช้ความสามารถของตัวเองได้มากน้อยเพียงใด  และที่สำคัญเราได้หากลยุทธ์ในการเจียระไนพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ภายในให้กลายเป็นพลังแห่งอัจฉริยภาพแล้วหรือยัง
?

พลังแห่งอัจฉริยภาพ :
พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

        คนเราทุกคนตั้งแต่เล็ก ๆ อาจจะเคยตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าโตขึ้นฉันจะเป็นอะไรดี  ฉันมีพรสวรรค์อะไรอยู่ในตัวเอง  บางคนก็สามารถตอบคำถามนี้ได้ตั้งแต่เด็ก บ้างก็แสวงหาคำตอบสำหรับคำถามนี้แต่ยังหาคำตอบไม่ได้  บ้างก็สร้างเป้าหมายที่ไม่สัมพันธ์กับอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว  ทำให้เกิดคำถามซ้อนคำถามขึ้นมาอีกว่าสงสัยตัวฉันเองจะไม่มีอะไรดีเพราะทำอะไรก็รู้สึกไม่ได้ดีสักที
          ผู้เขียนเองยังจำได้ถึงประสบการณ์ที่มีโอกาสไปเจอเพื่อนสมัยนักเรียน  ซึ่งปัจจุบันเป็นช่างตัดชุดเจ้าสาวที่ประสบ

ความสำเร็จเพราะใคร ๆ ก็อยากไปตัดชุดกับเขา  เขานำเอารูปภาพเจ้าสาวที่มาตัดชุดที่ร้านของเขามาให้ผู้เขียนดู  ผู้เขียนบอกเขาว่ารู้สึกว่าเขาโชคดีนะที่มีแต่คนที่สวยและน่ารักมาเป็นลูกค้าเขา

"  การปลดปล่อยพลังก็เป็นศิลปะของแต่ละคนที่จะต้องอาศัยการพัฒนาการเรียนรู้และประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นศาสตร์ของตัวเอง "

แต่เขากลับให้คำตอบที่น่าสนใจว่า ลูกค้าของผมทุกคนล้วนมีเสน่ห์ มีความน่ารัก  และมีความสวยในสไตล์ในเอกลักษณ์ของเธอเองทุกคน  สิ่งที่ผมต้องทำก็คือ  สังเกตและให้ความสนใจในการหาชุดที่ขับเอาความงามของความมีเสน่ห์ของเธอเหล่านั้นออกมา  เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีความงดงามทั้งสิ้น
         
ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายท่านที่รู้จักและสื่อสารกับตัวเองมักจะรู้จักว่า เขาและเธอมีจุดเด่นและความสามารถอะไรที่อยู่ภายใน  ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องการผู้เชี่ยวชาญ หรือพี่เลี้ยงที่จะมาบอกว่าเขามีดีอะไร  แต่บางคนอาจจะต้องมีกัลยานิมิตรที่ช่วยชี้ทางสว่างให้  เปรียบเสมือนช่างตัดชุดเจ้าสาวที่เป็นกระจกส่องความงามให้
         
จากข้อคิดตรงนี้ทำให้ผู้เขียนเล็งเห็นถึงความสำคัญที่ทำอย่างไรที่

เรามีกลยุทธที่จะช่วยการปลดปล่อยพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัว  ให้กลายเป็นอัจฉริยภาพออกมาได้

กลยุทธ์การเจียระไนพรสวรรค์

        อัจฉริยภาพของแต่ละบุคคลล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันเปรียบเสมือนลายนิ้วมือของเราก็มีความแตกต่างจากผู้อื่น  ผู้เขียนเองมีลูกฝาแฝดชายหญิง  พื่ภูมิเป็นพี่ชายที่เกิดก่อนน้องสาวแพรวหนึ่งนาที  พี่ภูมิถนัดขวาและมีนิสัยช่างสังเกตุ มีความเป็นช่างที่ชอบถอดชอบรื้อ  และชอบช่วยเหลือตัวเองมาตั้งแต่เด็ก
         
ในขณะที่น้องสาวนั้นถนัดซ้ายและมีมนุษย์สัมพันธุ์ดีเยี่ยม  เปรียบเสมือนเป็นคนดูแลสารทุกข์สุขดิบของทุกคนในบ้าน  และเป็นเสมือนแม่เหล็กที่เป็นที่สนใจของทุกคน แม้จะเป็นฝาแฝดแต่ก็มีความแตกต่างกัน
          คนเรามีการสั่งสมความถนัดเชิงอัจฉิรยภาพมาตั้งแต่เกิด  เริ่มตั้งแต่พันธุกรรมที่เราได้มาจากคุณพ่อคุณแม่ทำให้เรามีพื้นฐานขั้นแรกที่แตกต่างกัน
  เมื่อเรายังเด็กอยู่เราจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่จากครอบครัว จากพื่เลี้ยง จากสังคมที่เราอยู่ จากโรงเรียนที่เราได้รับการศึกษา  ตลอดจนค่านิยมของสังคมที่กำหนดการเรียนรู้ของเราว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรที่ควรและอะไรที่ไม่ควร


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพฝ่าวิกฤต

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราเริ่มสะสมความถนัดในด้านต่าง ๆ จากประสบการณ์ จากกีฬา  และงานที่เราชอบ  สิ่งเหล่านั้นก็เริ่มสร้างเอกลัษณ์ของเราเองขึ้นมาโดยที่เราอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็แล้วแต่
          คุณ อานันท์  ปันยารชุน  เคยให้ข้อคิดกับผู้เขียนไว้ว่า  คนเราเกิดจากการประสมประสานของ พื้นฐาน 30% จากตัวเรา  และ 70% เกิดจากสิ่งแวดล้อม  เพราะฉะนั้นพื้นฐานของเราสามารถพัฒนาได้จากการเรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา  ลูกโจรไม่จำเป็นต้องเป็นโจรเสมอไปหากได้รับการสั่งสอนและอยู่ในสังคมที่สร้างพื้นฐานความคิดที่ถูกต้อง
         
ผู้ที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานที่รู้จักพรสวรรค์ของตัวเองว่าตัวเรามีอะไรที่ถนัดและมีพื้นฐานที่เราสามารถต่อยอด และสร้างพรแสวงในการเรียนรู้พัฒนาสร้างสรรค์ให้พรสวรรค์เหล่านั้นเจิดจรัสและกลายเป็นอัจฉริยภาพ

กรอบความคิด-กุญแจสำคัญในการปลดปล่อยอัจฉริยภาพ
        กุญแจสำคัญในการสร้างความแตกต่างระหว่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จกับผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าก็คือ  กรอบความคิดในการมองตนเอง
         
ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะมีมุมมองในการพัฒนาพลังที่อยู่ภายใน  ตลอดจนคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง และสร้างสรรค์พัฒนาให้ดีขึ้น  รวมทั้งใช้คุณค่าที่ตัวเองที่มีอยู่ไปสร้างสรรค์สังคมที่มีอยู่ให้ดีขึ้นต่อไป
          มีเรื่องที่น่าสนใจที่พูดถึงกรอบความคิดในการพัฒนาว่า  ถ้าเรามีมุมมองในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เราควรจะ

เปลี่ยนอะไรก่อนดี  เมื่อเรายังเป็นเด็กเราอาจจะต้องการมีความคิดที่จะสร้างโลกทั้งโลกให้น่าอยู่ขึ้น  อยากเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราที่ไม่ดีให้ดีขึ้น  พอโตขึ้นเรียนหนังสือสูงขึ้นเริ่มเห็นสัจธรรมมากขึ้น ก็มีกรอบความคิดที่เปลี่ยนไปว่าการเปลี่ยนโลกทั้งโลกนั้นยากเกินไป  เอาแค่ประเทศไทยก็แล้วกันอาจจะพอไหว
         
พอเริ่มทำงานและเห็นโลกมากขึ้นประสบการณ์ในการมองโลกก็มากขึ้นกรอบความคิดก็เปลี่ยนไปอีก  โดยคิดว่าการเปลี่ยนประเทศไทยมันคงยากเกินเปลี่ยนเฉพาะองค์กรที่ทำอยู่ยังพอไหว  พอทำงานไปจนเกษียณอายุก็ถึงบางอ้ออีกครั้งว่าเปลี่ยนองค์กรที่อยู่ก็ยังยากไป น่าจะเปลี่ยนแค่ครอบครัวก็น่าจะพอแล้วมีภรรยากับลูกสามคนน่าจะพอไหว
        
พอวันสุดท้ายก่อนลาโลกไปก็กระซิบบอกลูกว่า 
ถ้าพ่อมีกรอบความคิดที่ถูกต้อง  โดยเริ่มพัฒนาตัวเองก่อนตั้งแต่เด็กป่านนี้ตัวพ่อและสังคมที่พ่ออยู่คงจะดีขึ้น  เพราะพ่อมัวแต่คิดอยากจะเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ รอบตัว  แต่พ่อลืมมองตัวพ่อเองว่า  ถ้าเราไม่เปลี่ยนตัวเราเองโดยนำเอาคุณค่าที่มีอยู่ภายในตัวเรามาพัฒนาให้ตัวเรามีคุณค่ามากขึ้น  และไปช่วยทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้น  มันจะเป็นจุดหมุนในการพัฒนาการที่สำคัญและเป็นการพัฒนาการที่พ่อทำได้ง่ายที่สุด  และอยู่ในสิ่งที่พ่อสามารถทำให้เกิดขึ้นได้
          
การพัฒนาตนเองนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมุมมองที่ถูกต้องด้วย  เพราะว่า  ถ้าเรามองตนเองว่าเราไม่มีความสามารถไม่มีคุณค่าอยู่

ภายใน  การที่จะมาสร้างการพัฒนาการในตัวเองก็ไม่มี
          ใน
ขณะเดียวกันกับผู้ที่มีกรอบความคิดว่าตัวเองมีพื้นฐานของความสามารถอยู่ในตัว  แต่ต้องการพัฒนาให้ดีขึ้นก็จะเกิดความขวนขวายที่จะสร้างให้เกิดการพัฒนาการขึ้นมาก็สามารถที่จะเน้นการพัฒนาการที่สำคัญ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรารู้จักจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเองเราก็สามารถที่จะวางกลยุทธ์ในการพัฒนาได้อย่างมีจุดมุ่งหมาย

การรู้จักความถนัดเชิงอัจฉริยภาพพื้นฐานในการปลดปล่อยพรสวรรค์
          การรู้จักพื้นฐานของความถนัดเชิงอัจฉริยภาพในตัวคุณ หรือที่เราเรียกว่า พรสวรรค์ นั่นเอง  พื้นฐานนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่เป็นบันไดไปสู่การพัฒนาการปลดปล่อยความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมา  ถ้าเปรียบเทียบการขับพลังอัจฉริยภาพ  แล้วก็เปรียบเสมือนการเจียระไนเพชรเมล็ดงามที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา
          ปกติแล้วสิ่งที่บอกความงามของเพชรขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ น้ำหนัก สี และความใสของเพชร  ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ติดมากับเพชรเม็ดนั้น  ซึ่งก็เปรียบเสมือนพรสวรรค์ของคนเราที่ติดตัวมากับเรา
         
ปัจจัยเสริมที่ทำให้พื้นฐานนั้นมีคุณค่ามากขึ้นก็คือ  ความสามารถในการเจียระไนหรือการสร้างสรรค์ กลยุทธ์เชิงนวัตกรรมในการขับอัจฉริยภาพ  และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือโอกาส หรือเป้าหมายที่จะนำเอาความงามของเพชร หรือพรสวรรค์ที่เจียระไนแล้วมาอยู่ในวงแหวน


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพฝ่าวิกฤต

หรือสถานการณ์ที่ส่องประกายงดงามได้อย่างเต็มที่
         
แม้เราเจียระไนอย่างดีด้วยการพิจารณาถึงมุมที่แสงจะผ่านและสร้างการกระจายของแสงที่ทำให้เพชรดูเจิดจรัส  แต่ถ้าเรายังเอาเพชรเม็ดนั้นไปไว้ในตมคุณค่าของมันก็มิได้เปล่งแสงออกมา  เพราะฉะนั้นปัจจัยที่สำคัญทั้งสามประการต้องสอดคล้องกันจึงสร้างการประสมประสานให้เกิดการขับพลังอัจฉิรยภาพได้อย่างแท้จริง
          พรแสวงก็เปรียบเสมือนการเจียระไนเพชรเมล็ดงามที่ผู้ประสบความสำเร็จต่างมีความปราณีตในการมีวินัยในการสร้างพรแสวง หรือเรียนรู้การเจียระไนพรสววรค์ของตัวเองจากสังคมและพี่เลี้ยงที่อยู่รอบข้าง  และนำเอา
" ไหมฟ้า " เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเองและมีการพัฒนาการ  ตลอดจนสร้างแนวนวัตกรรมในการพัฒนาเพื่อสร้างความถนัดในสไตล์ของตัวเอง
         
นอกเหนือจากความสามารถในการสร้างพรแสวงในการเรียนรู้แล้ว  เขาเหล่านั้นยังวางเป้าประสงค์ที่สร้างโอกาสในการปลดปล่อยความสามารถให้เป็นพลังแห่งอัจฉิรยภาพขึ้นมา  ยิ่งเป้าประสงค์นั้นเด่นชัดเต็มไปด้วยพลังของความศรัทธาในการสร้างความสำเร็จที่สัมพันธ์กับพื้นฐานของความถนัดแห่งอัจฉิรยภาพยิ่ง ทำให้เกิดการปลดปล่อยพลังได้อย่างเต็มรูปแบบ

ค้นหาความถนัดเชิงอัจฉริยภาพในตัวคุณ
       
คนเราทุกคนล้วนมีความถนัดที่โดดเด่นที่แตกต่างกัน  แต่ข้อสำคัญ

ทุกคนล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นด้วยกันทุกคน  แต่อยู่ที่ว่าใครจะรู้จักและจะเอาออกมาใช้มากน้อยแค่ไหน  บางคนอาจจะมีความสามารถในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  บ้างก็มีความสามารถในการประสานใจคนที่อยู่รอบข้าง  บ้างก็เป็นนักสร้างสรรค์ที่มีจินตนการก้าวไกล  ตลอดจนผู้ที่เป็นนักจัดการในการสร้างรูปธรรมในการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
         
ถ้าเรามีเวลาหยุดคิดถึงตัวเราเองเราคงจะค้นพบว่าเราล้วนแต่มีความโดดเด่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  บางท่านอาจจะมีความถนัดมากกว่าหนึ่งอย่าง  ซึ่งแนวความถนัดเชิงอัจฉิรยภาพจะเป็นตัวที่ชี้ถึงความสามารถของเรายิ่งถ้าเรามีโอกาส  และอยู่ในสายวิชาชีพที่เกื้อกูลจะเป็นการสร้างโอกาสในการปลดปล่อยอัจฉิรยภาพ มากยิ่งขึ้น
          ถ้าเราสังเกตดูให้ดีผู้ที่คิดว่าสามารถลิขิตชีวิตตัวเองได้มักจะสร้างโอกาสในการปลดปล่อยอัจฉิรยภาพเสมอในชีวิต  ในขณะที่ผู้ที่คิดแต่จะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรมจะไม่แสวงหาทางเลือกปล่อยให้ชีวิตไปตามพรหมลิขิต  บางครั้งแม้จะมีพรสวรรค์อยู่แต่ก็มิได้มีโอกาสที่จะนำเอามันออกมาใช้ได้
          ผู้เขียนเองได้ร่วมกับ ดร.เน็ด  เฮอร์แมน  ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี่ในการใช้สมองทั้งใบ (Whole brain technology) และร่วมกับ ไมเคิล  มอร์แกน

ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาแนวนวัตกรรมสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกได้มีการวิเคราะห์จากผู้ที่เข้าร่วมการวิจัยมากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกทั้งในประเทศไทย ภาคพื้นเอเซีย ยุโรป อเมริกา และประเทศต่าง ๆ ถึงความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ
         
โดยผลสรุปนั้นชี้ให้เห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะมีความถนัดในด้านการใช้ความคิดสร้างสรรค์  การแก้ปัญหา  การเป็นนักบริหาร  หรือการเป็นนักประสานก็ล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถที่สร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพได้ทั้งสิ้น  ซึ่งเราสามารถที่จะมีความโดดเด่นได้มากกว่าหนึ่งอย่าง
            การค้นพบความถนัดเชิงอัจฉริยภาพเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปลดปล่อยพื้นฐานของความสามารถ  เพราะถ้าเราไม่รู้จักพื้นฐานตรงนี้อาจจะทำให้เราไม่สามารถที่จะแสวงหาจังหวะชีวิต และโอกาสที่จะเป็นส่วนที่สำคัญในการสร้างสมประสบการณ์และสร้างการพัฒนาการในการเจียระไนจุดเด่นให้แวววาวยิ่งขึ้น
         
ถ้าผู้ใดต้องการตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างพลังอัจฉริยภาพสามารถสั่งซื้อได้จาก
People Magazine หรือถ้าอยากได้การวิเคราะห์โดยละเอียดเกี่ยวกับความถนัดเชิงอัจฉิรยภาพโทรมาถามได้ที่ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูล บริษัท เอเซีย แปซิฟิก อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด 714-4462  ตลอดจน e-mail มาคุยกับอาจารย์กฤษณ์ได้


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพฝ่าวิกฤต

การแสวงหาโอกาสด้วยการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
        สถานการณ์สร้างวีรบุรุษคงเป็นคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยถึงการปลดปล่อยความสามารถที่มีอยู่ภายใน  อาจจะต้องมีทั้งความเก่งและความเฮงจึงจะสร้างการผสมผสานอย่างสมบูรณ์  การที่เราเก่งอย่างเดียวแต่ไม่เฮงก็คงจะไม่สามารถใช้ความเก่งให้เป็นประโยชน์
         
คนที่เป็นผู้มีความเชื่อว่าชีวิตลิขิตได้มักจะวางเป้าหมายที่สอดคล้องกับอัจฉริยภาพ  และเป้าหมายนั้นมักจะสร้างโอกาสในการปลดปล่อยอัจฉริยภาพ  เพราะฉะนั้นความถนัดเชิงอัจฉริยภาพกับความเหมาะสมของบรรยากาศเป็นส่วนผสมที่ต้องไปด้วยกัน  อัจฉิรยภาพจึงจะถูกปลดปล่อยได้อย่างเต็มที่
          ผู้ที่มีความถนัดในด้านวิเคราะห์แต่ไม่ชอบเป็นนักประสานมักจะมีความชอบในการวิเคราะห์ปัญหามากกว่าทำงานด้านการขาย  ถ้าเขาทำงานด้านการเงินจะทำให้ฉายแววการการเป็นนักวิเคราห์การเงินที่ดี  ถ้าเขาต้องไปทำงานในฐานนะนักขาย  เขาเองจะมีความรู้สึกถึงความอึดอัดถึงสภาวะที่ต้องมีการทำงานในจุดที่เขาไม่ถนัด
         
ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะเข้าใจพื้นฐานของตัวเอง  และจะพยายามต่อยอดของความเก่งที่ตัวเองมีอยู่และจะหาคนที่เหมาะสมมาช่วยในแกนที่ตัวเองไม่ถนัดเพราะถ้าเขามีพื้นของพรสวรรค์มาแล้วการต่อยอดในจุดที่เขาถนัดมักจะประสบความสำเร็จได้ง่าย

ผู้นำมักจะประดิษฐ์ประดอยแนวทางการดำเนินชีวิตของเขาเอง  ผู้เขียนเคยนำเอาหนังสือที่ทำการวิจัยถึงความสำเร็จ และสูตรสำเร็จในการเป็นผู้นำที่ดีไปให้ คุณ อานันท์  ปันยารชุนและถามท่านว่าท่านมีสูตรสำเร็จดังในหนังสือเหล่านั้นหรือไม่
          คุณอานันท์กล่าวว่า
ท่านเองมีแนวทางและหลักการที่ยึดถือต่างจาก ลี กวน ยู หรือ มหาเธร์  เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานในตัวเองไม่เหมือนกัน  ฉะนั้นเราต้องประดิษฐ์ประดอยและหาหลักการณ์ที่เป็นพิเศษของตัวเอง
          การสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพเป็นกระบวนการที่ช่วยให้สามารถรู้จักดึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในออกมาใช้ต่อสู้กับวิกฤต แต่ที่สำคัญการปลดลป่อยพลังก็เป็นศิลปะของแต่ละคนที่จะต้องอาศัยการพัฒนาการ การเรียนรู้  และประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นศาสตร์ของตัวเอง  เพราะเราต่างคนต่างก็ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
         
จงรู้จักตัวเองและนำศักยภาพที่มีอยู่ภายในมาใช้ให้สูงสุด

" คนเกิดจากการประสมประสานของพื้นฐาน คือ 30 % จากตัวเรา และ 70 % จากสิ่งแวดล้อม  เพราะฉะนั้นพื้นฐานของเราสามารถพัฒนาได้จากการเรียนรู้ต่าง ๆ รอบตัวเรา  ลูกโจรไม่จำเป็นต้องเป็นโจรเสมอไป  หากได้รับการสั่งสอนและอยู่ในสังคมที่สร้างพื้นฐานความคิดที่ถูกต้อง "


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพฝ่าวิกฤต