APIC Leadership Series 2000

 http://www.e-apic.com, Tel.  714-4462

องค์กรอัจฉริยะ
(Organization Intelligence)

 

องค์กรของคุณไม่ว่าเล็กหรือใหญ่สามารถที่จะขับพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในเพื่อสร้างให้เป็นองค์กรแห่งอัจฉริยะได้ทั้งสิ้น
        องค์กรอัจฉริยะคือ 
“องค์กรที่สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดพร้อมทั้งสามารถปรับตัวเพื่อสร้างความสามารถที่มีเอกลักษณ์ในการแข่งขันในการสร้างคุณค่าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง”
     เคล็ดลับที่สำคัญก็คือ  กระบวนการที่สร้างความฉลาด
(S-M-A-R-T development process) ที่เริ่มตั้งแต่การสร้างจุดร่วมพลัง การเจียระไนพลังที่อยู่ภายใน  การสร้างสถาปัตยกรรมในการปลดปล่อยอัจฉริยภาพ  ระบบการปรับตัวที่เรียนรู้การสร้างเสริมปัญญา  ตลอดจนการมีวินัยในการสร้างเอกลักษณ์ของอัจฉริยภาพให้เจิดจรัสขึ้น

ทำให้คุณค่าทางทรัพสินลดลงอย่างรวดเร็ว  แต่สิ่งที่สำคัญเพิ่มขึ้นก็คือพลังอัจฉริยภาพของคนที่อยู่ในองค์กรที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความสามารถที่แข่งขันได้ไม่เฉพาะตลาดในประเทศแต่ต้องในตลาดโลกด้วย
          ดังนั้นพลังอัจฉริยภาพขององค์กรขึ้นอยู่กับการรวมอัจฉริยภาพส่วนบุคคลและสามารถดึงเอาพลังที่ซ่อนเร้นอยู่มาใช้ได้อย่างสูงสุด  และสร้างกระบวนการในการประสานรวมทั้งสามารถพัฒนาให้เกิดการต่อยอดทางนวัตกรรมเพื่อคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  พร้อมทั้งมีกระบวนการเรียนรู้และสร้างแนวทางในการปฏิบิตงานอย่างมืออาชีพที่หมั่นพัฒนาปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า
          การสร้างองค์กรอัจฉริยะเป็นกระบวนการที่ต้องต่อเนื่อง  เพราะการเรียนรู้และการประสานที่เกิดขึ้นนั้นจำเป็นที่ต้องมีการหมุนเวียนไปอย่างต่อเนื่อง  และต้องมีการปรับปรุงทั้งในทิศทางที่จะนำพาความเก่งขององค์กร การสร้างกระบวนการปลดปล่อยอย่างมีประสิทธิภาพ
         
การสร้างสถาปัตยกรรมของทักษะในการต่อยอดอัจฉริยภาพ  การประสานพลังกับวงจรของความต้องการที่หมุนอยู่ตั้งแต่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น

วิกฤตเศรษฐกิจเป็นสถานกาณ์ที่สามารถทดสอบถึงอัจฉริยะภาพขององค์กรได้เป็นอย่างดีว่า  องค์กรไหนมีศักยภาพในการแข่งขันระดับไหน  หลายองค์กรที่ล้มหายตายจากไปเนื่องจากว่าไม่ได้ประมาณตนว่าตัวเองนั้นมีอัจฉริยภาพในด้านไหน  และความเก่งกาจนั้นอยู่ในมิติที่จะแข่งขันในระดับไหนของตลาดโลก
         
เพราะเมื่อตลาดเงินทุนเปิดเรามักจะนำเงินทุนที่ไหลเข้ามามาสร้างความหลายหลายทางธุรกิจแต่หาได้สร้างอัจฉริยภาพขององค์กรในแนวลึกไม่  เมื่อเราขยายตัวในแนวกว้างแต่ไม่ได้ส่งเสริมความสามารถที่
แท้จริงในแนวลึกทำให้เกิดความหลายหลายของการทำธุรกิจทำให้เงินที่มีอยู่กลายเป็นเบี้ยหัวแตก
         
หลายองค์กรกลับมาถามตัวเองเมื่อเกิดความผกผันทางวิกฤตว่าถ้ามี

ทรัยพากรและเมล็ดเงินจำกัดเราจะต่อยอดความเก่งของเราในแกนไหนเพื่อที่จะสร้างอัจฉริยภาพของความเก่งกาจที่สามารถจะแข่งขันแบบมืออาชีพในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง

อะไรคือองค์กรอัจฉริยะ ?
        องค์กรอัจฉริยะ  คือ  “องค์กรที่สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดพร้อมทั้งสามารถปรับตัวเพื่อสร้างความสามารถที่มีเอกลักษณ์ในการแข่งขันในการสร้างคุณค่าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง”

         
ในสมัยก่อนนั้นโรงงานและเครื่องจักรคือเครื่องไม้เครื่องมือที่สำคัญ  แต่ในปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาทางเทคโนโลยี่ได้


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
องค์กรอัจฉริยะ

พนักงาน  และสังคมที่อยู่ด้วย  ตลอดจนการสร้างรูปธรรมจากความฉลาดสู่แนวปฏิบัติ  ซึ่งกระบวนการนี้แบ่งเป็นห้าขั้นตอนด้วยกันหรือที่เราเรียกกันว่า " S-M-A-R-T Organization Development Process "
       S - Strategic Vision and cultural formation  
การกำหนดวิสัยทัศน์และวัฒนธรรม
            M - Manage intelligence empowerment process  การเจียระไนพลังที่มีอยู่ภายใน 
            A - Architect organization competencies  การวางสถาปัตย์กรรมในการปลดปล่อยอัจฉริยภาพ 
            R - Realign win-win learning system  การสร้างระบบการเรียนรู้ขององค์กร
            T - Transform wisdom into action  สร้างอัจฉริยภาพให้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างเป็นรูปธรรม

S - Strategic Vision and cultural formation (การกำหนดวิสัยทัศน์และวัฒนธรรม)  องค์กรที่มีพลังและสามารถประสานอัจฉริยภาพในองค์กรจำเป็นที่จะต้องมีจุดประสงค์และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่จะนำพาให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังที่สร้างสรรค์จากการปลดปล่อยอัจฉริยภาพของทุกคนในองค์กร  ตลอดจนสามารถที่จะสร้างความท้าทายในการปลดปล่อยพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในที่ยังไม่ได้ใช้จากบุคคลากรในองค์กรด้วย
         
การสร้างวิสัยทัศน์เป็นศิลปะของผู้นำองค์กรที่ต้องสร้างกุศลโยบายในการประสานพลังแห่งความปรารถนาที่มีอยู่ในตัวบุคคลากรทุกคนไปสู่จุดมุ่งหมายที่กลายเป็นจุดร่วมอันยิ่งใหญ่

ผู้เขียนเองมีโอกาสเป็นที่ปรึกษาในการสร้างวิสัยทัศน์ขององค์กรตลอดจนวัฒนธรรมขององค์กร  ทั้งบริษัทข้ามชาติตลอดจนองค์กรสไตล์ไทยตั้งแต่ระดับ SME จนถึงขนาดใหญ่
         
ถ้าผู้บริหารระดับสูงสามารถใช้วิสัยทัศน์ได้อย่างถูกต้องแล้วการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกันจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารพลังอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในใจของคนในองค์กรที่ต้องการจะประสานพลังแห่ง
อัจฉริยภาพ  เพราะถ้าหัวใจขององค์กรยังไม่มีพลังพอ  การดึงเอาพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในก็เป็นไปได้ยาก
          ความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนที่สามารถทำให้เขามีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าผ่านอุปสรรคต่าง ๆ อย่างไม่ย่อท้อฉันใด  วิสัยทัศน์ที่ท้าทายขององค์กรก็เปรียบเสมือนความฝันที่ร่วมพลังอันยิ่งใหญ่ของ

ทุกคนที่นอกจากจะร่วมพลังความฝันอันยิ่งใหญ่เข้าด้วยกันแล้ว  ยังจำต้องสร้างรายละเอียดและความคมชัดในการสร้างความฝันให้เป็นความจริงด้วย
         
เพราะการสื่อสารวิสัยทัศน์จำเป็นที่ต้องเข้าถึงคนทุกระดับในองค์กรทั้งความท้าทาย ความเชื่อมั่นในแนวทาง คำมั่นสัญญาของทุกคนในองค์กร
ที่จะสร้างให้เกิดความสำเร็จร่วมกัน  ตลอดจนกำลังใจและความกล้าในการสร้างความฝันนั้นให้เกิดเป็นความจริงขึ้นมา
          นอกเหนือจากเป้าหมายที่คมชัดที่และมีความหมายแล้ว  ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปลดปล่อยพลังแห่งอัจฉริยภาพขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพดุงดังบรรยากาศของครอบครัวและโรงเรียนมีความสำคัญในการพัฒนาการเจริญเติบโตของเด็กฉันใด  บรรยากาศขององค์กรก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
องค์กรอัจฉริยะ

          ถ้าครอบครัวมีค่านิยมที่ต้องการให้ลูกเรียบร้อยเหมือนผ้าผับไว้ ทำตามใจของผู้ปกครอง ไม่ต้องการเด็กซน  ความสามารถทางความคิดและจินตนาการก็ไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ หรืออาจะจะไม่ต้องใช้ด้วยซ้ำไป  แต่การสร้างองค์กรแห่งอัจฉริยะนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างบรรยากาศให้ทุกคนในองค์กรสามารถแลกเปลี่ยนแนวความคิดยอมรับไอเดีย  และส่งเสริมการต่อยอดของความคิดเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ที่พัฒนาให้ดีไปกว่าเดิม  รวมทั้งการผลักดันให้เกิดแนวความคิดเชิงนวัตกรรมสมัยใหม่จากการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์พื้นฐานให้เกิดป็นปัญญาเพื่อสร้างสรรค์สื่งใหม่ ๆ แต่บรรยากาศใหม่ในการประสานอัจฉริยภาพนี้ต้องเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดจากเดิมในการต้องการนักปฏิบัติที่ดี  การเป็นนักคิดที่มีจินตนาการ
         
M - Manage intelligence empowerment process  (การการเจียระไนพลังที่มีอยู่ภายใน)  เมื่อองค์กรมีความพร้อมทั้งเป้าหมายที่มีพลังรวมทั้งบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอัจฉริยภาพ  ผู้บริหารในองค์กรจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการเจียระไนและปลดปล่อยอัจฉริยภาพของบุคคลากรในองค์กร  ทั้งยังต้องสร้างทักษะในการค้นหาพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
         
บางองค์กรเริ่มจากการรับคนที่เห็นคุณค่าของตัวเองและพร้อมที่จะพัฒนาคุณค่าที่มีอยู่ภายในให้เจริญงอกงามขึ้นมา  ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนี้บางองค์กรสนใจเป็นอย่างมากในการพัฒนาความสามารถในองค์กร

ที่มีอยู่แต่เรายังไม่ได้ปลดปล่อยออกมา  ถ้าเราสามารถปรับกรอบความคิดพื้นฐานว่าทุกคนมีความสามารถขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และศิลปะของการเจียระไนเพชรที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคนให้เจิดจรัสให้มากที่สุด  เมื่อกรอบความคิดในการพัฒนาการเริ่มขึ้นคนเราก็จะเริ่มมองหาความสามารถในตัวเอง
          
ถ้าใครสนใจบทเรียนของผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลาย  ผู้เขียนได้รวบรวมแนวทางในการค้นหาและสร้างหนทางสู่ความสำเร็จในหนังสือ
“พลังแห่งอัจฉริยภาพ” และ “กลยุทธ์สู่การปลดปล่อยอัจฉริย
ภาพ”  ซึ่งทั้งสองเล่มจะกล่าวโดยละเอียดถึงกระบวนการในการเปลี่ยนกรอบความคิดเพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเอง  การค้นหาพลังความสามารถที่สะสมอยู่ การตั้งเป้าประสงค์ที่มีความหมาย ศิลปะในการเจียระไน  ตลอดจนการเสริมสร้างพลังแห่งอัจฉริยภาพ
         
องค์กรที่ต้องการสร้างอัจฉริยภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเสริมสร้างกระบวนการคิดนี้ให้เกิดขึ้นในพนักงานทุกระดับเพื่อให้ทุกคนนำเอาพลังที่มีอยู่ในตัวให้ออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  นอกเหนือจากนั้นแล้วทุกคนก็จะมี
Leadership intelligence blueprint หรือพิมพ์เขียวของตัวเองในการพัฒนาภาวะผู้นำซึ่งจะประกอบด้วยความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ  เป้าหมายที่คมชัดทั้งในระยะยาวและสั้นพร้อมกับเนื้อหาของงานที่ชอบและไม่ชอบ  รวมทั้งกลุทธ์การเจียระไนให้เข้ากับ

บุคคลิกภาพของตัวเองมากที่สุด  ซึ่งจะทำให้ทุกคนมีความั่นใจและเห็นแนวทางที่เด่นชัดในการดึงเอาอัจฉริยภาพที่มีอยู่มาใช้ให้สูงสุด  ถ้าสนใจในรายละเอียดสามารถโทรมาคุยกันได้ที่ บริษัทเอเซีย แปซิฟิก อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ 714-4462 หรือที่ผ่าน internet   ผู้เขียนยินดีแลกปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดในการพัฒนาอัจฉริยภาพ
         
A - Architect organization competencies (การวางสถาปัตยกรรมในปลดปล่อยอัจฉริยภาพ)
  ถ้าองค์กรมีความพร้อมทั้งเป้าหมายที่คมชัด บรรยากาศที่ให้กำลังใจ  และเน้นการประสานอัจฉริยภาพ  ตลอดจนสร้างพิมพ์เขียวและกระบวนการในการเจียระไนอัจฉริยภาพ  องค์กรจำเป็นที่จะต้องสร้าง Methodology หรือ กระบวนการในปฎิบัติที่สร้างระเบียบและการสื่อสารพลังร่วมกันตั้งแต่กรอบความคิดในการมองปัญหา การติดสินใจและการหาแนวคิดหาทางเลือก การบริหารการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารและสร้างสัมพันธ์ และการประสานการต่อยอดความคิดของทีมงาน
         
ในการสร้างความสามารถในการสร้างมาตราฐานของกระบวนการ หรือ
Methodology ในการปฏิบัตินั้น  ผู้เขียนเองมีเสียงเรียกร้องจากองค์กรต่าง ๆ ให้จัดรวบรวมแนวคิดเพื่อพัฒนาสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างแนวคิดของพนักงานในทางเดียวกันโดยจัดเป็นหลักสูตรขึ้นมา  สำหรับหลักสูตรยอดนิยมที่องค์กรส่วนใหญ่ต้องการใส่ไว้เป็นสถาปัตยกรรม


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
องค์กรอัจฉริยะ

ในการส่งเสริมการประสานอัจฉริยภาพของทุกคนในองค์กรมีอยู่ 4 หลักสูตรที่สามารถพัฒนาเป็นกระบวนการปฏิบัติในองค์กรได้ก็คือ
         
1. Innovative problem analysis and decision making (การวิเคราะห์ปัญหาและการตัดสินใจเชิงนวัตกรรม)   เป็นการสร้างทักษะในการจัดการกับปัญหาอย่างมีระบบ  เริ่มจากการมองปัญหาด้วยแนวทางการวิเคราะห์เพื่อสร้างกรอบความคิดที่ถูกต้อง  การสร้างบรรยากาศในการปลดปล่อยความคิดพร้อมทั้งเข้าใจและเคารพการประสานอัจฉริยภาพ  ตลอดจนสร้างจินตนาการและทางเลือกที่หลากหลาย  การสร้างกระบวนการตัดสินใจในการสร้างทางเลือกที่ชาญฉลาดรวมทั้งการสร้างการติดตามผลในการสร้างรูปธรรมในการตัดสินใจ
          2. Change management (กลยุทธ์การบริหารการเปลี่ยนแปลง)   เมื่อหาทางเลือกของการแก้ปัญหาได้แล้ว  การสร้างรูปแบบใหม่ในการสร้างรูปธรรมต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผนโครงการของการเปลี่ยนแปลงว่าจะต้องมีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ต้องการทรัพยากรและกำหนดตารางเวลาเพื่อมอบหมายงานและการประสานขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ  ตลอดจนเข้าใจอุปสรรคในแต่ละช่วงของการบริหารโครงการ  ถ้าพนักงานในองค์กรเชี่ยวชาญการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติการพัฒนาอัจฉริยภาพจะเกิดความต่อเนื่องด้วย

          3. Relationship innovation and emotional intelligence (การสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ การสื่อสารและความฉลาดในการประสานอัจฉริยภาพ)  สิ่งที่สำคัญในการต่อยอดอัจฉริยภาพก็คือ  การสร้างพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่แนบแน่น  การเข้าถึงจิตใจและสร้างสายสัมพันธ์  รวมทั้งการสร้างบัญชีแห่งความประทับใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสัมพันธ์ภาพที่ดี  ตลอดจนความสามารถในการสื่อสารความคิด การประสานความเก่งและการเปลี่ยนความต่างและความขัดแย้งให้เกิดเป็นโอกาสและความฉลาดขององค์กร
          4. Hi trust Hi-performance team (การสร้างทีมงานที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและศักยภาพ)  การสร้างทีมงานที่รู้ใจกันและสามารถจังหวะในการปรับกระบวนความคิดดังนักดนตรที่สามารถประสานบทเพลงให้เกิดความไพเราะเป็นศิลปะและกระบวนการที่องค์กรจะต้องแปรเปลี่ยนอัจฉริยภาพส่วนบุคคลให้กลายเป็นอัจฉริยภาพขององค์กร  พร้อมทั้งสามารถที่จะรู้วิธีการมอบหมายหน้าที่ตามความถนัด  และบริหารความสำเร็จของทีมงานอย่างเป็นระบบ
          หลักสูตรทั้ง 4  นี้เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการในการหมุนพลังแห่งอัจฉริยภาพให้ไปในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งถ้าองค์กรไหนพัฒนาการผสมผสานให้เข้ากับวิสัย

ทัศน์ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรและอัจฉริยภาพของศักยภาพของคนในองค์กรก็จะกลายเป็นความกลมกลืนในการรวมพลังในองค์กรให้กลายเป็นหนึ่งเดียว

R - Realign win-win learning system (การสร้างระบบการเรียนรู้ขององค์กร)  เมื่อองค์กรมีการสร้างความสามารถในการประสานอัจฉริยะให้เป็นหนึ่งเดียว  การสร้างระบบของการเรียนรู้และการปรับความสามารถจะทำให้เกิดการต่อยอดของอัจฉริยภาพเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการใช้อัจฉริยภาพที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด  เพื่อให้เกิดคุณค่าทั้งภายในองค์กรและภายนอก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการลูกค้าคนสำคัญ พนักงานในองค์กร ผู้ถือหุ้นและสังคมโดยส่วนรวมนับเป็นสิ่งที่สำคัญ  ผู้เขียนเองได้แนวความคิดของการสร้าง Intelligence nervous system ขององค์กรจาก คุณอาภรณ์  ศรีพิพัฒน์  อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท ไมโครซอพท์ ประเทศไทย  ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานของกลุ่มบริษัท ภูมิซอพท์  และ SIT ซึ่งได้พัฒนาระบบ software ที่เรียกว่า “COACH”   เพื่อช่วยบริหารอัจฉริยภาพขององค์กรให้เกิดการเรียนรู้และการปรับตัวในการลงทุนเพื่อพัฒนาอัจฉริยภาพ  พร้อมทั้งรู้จุดเด่นและอัจฉริยภาพของบุคคลากรในองค์กร
         
โดยสามารถที่จะค้นหาสร้างแผนพัฒนาการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ วัฒนธรรมในแต่ละช่วงของ


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
องค์กรอัจฉริยะ

การเจริญเติบโต  รวมทั้ง Competencies หรือจุดโดดเด่นขององค์กร
          นอกจากมีระบบการปรับอัจฉริยภาพที่คล่องตัวแล้ว  การสร้างระบบการวัดผลภายในองค์กร หรือ win-win evalution เพื่อเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของอัจฉริยภาพองค์กรก็เป็นประโยชน์กับการทำธุรกิจ  ซึ่งนับเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ในการปรับแนวทางการพัฒนาเป็นอย่างมาก
         
ผู้เขียนเองมีโอกาสสร้างกระบวนการ
Customer benchmarking โดยเป็นการประสานอัจฉริยภาพกับผู้ที่เราให้บริการแก่กลุ่มลูกค้า  ซึ่งจะเป็นการให้ความต้องการที่แท้จริงของอัฉริยภาพ  เพราะความต้องการนี้มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ  ดังนั้นระบบการเรียนรู้จากสภาวะแวดล้อมและความพร้อมขององค์กรจะสร้างประโยชน์สูงสุดกับคุณค่าขององค์กรที่มีอยู่ตลอดจนสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับความผกผันที่แปรเปลี่ยน
         
T - Transform wisdom into action (สร้างอัจฉริยภาพให้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างเป็นรูปธรรม)  กระบวนการสุดท้ายเป็นการรวมรวมเอากระบวนทั้ง 4 หล่อหลอมให้เกิดเป็นปัญญาแก่ผู้ปฏิบิติการ  เพื่อสร้างเป็นเอกลักษณ์ของการปฎิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม

" สิ่งที่สำคัญในการต่อยอดอัจฉริยภาพก็คือการสร้างพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่แนบแน่น  การเข้าถึงจิตใจและสร้างสายสัมพันธ์ รวมทั้งการสร้างบัญชีแห่งความประทับใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสัมพันธภาพที่ดี "

เพราะการสร้างอัจฉริยภาพขององค์กรทั้งในแนวการสร้างวิสัยทัศน์ วัฒนธรรม การสร้างพิมพ์เขียวในการเจียระไน การสร้างสถาปัตย์กรรมและวางระบบการเรียนรู้ขององค์กร บางครั้งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่หลายมิติด้วยกัน ถ้าไม่มีการวางแผนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบแล้วอาจเกิดการต่อต้านหรือเกิดความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับประบวนการคิดใหม่ ๆ
          ผู้เขียนเองมีโอกาสไปเป็นพี่เลี้ยงเพื่อผสมผสานแนวคิดใหม่ให้เกิดเป็นแนวปฎิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นเอกลักษณ์ขององค์กรเอง  การเปลี่ยนแปลงนี้จำต้องวางรูปแบบเพื่อให้เกิดความสำเร็จ ความมั่นใจและศรัทธา

ในการวางแนวทางการพัฒนารูปแบบขององค์กรอัจฉริยะอย่างแท้จริง  เพราะแต่ละองค์กรก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Pfizer, IBM, Oracle, ตลาดหลักทรัพย์, Leo group of companies, การเคหะแห่งชาติ
         
องค์กรทั้งหลายที่ผู้เขียนมีโอกาสช่วยเป็นที่ปรึกษาเพื่อสร้างองค์กรแห่งอัจฉริยะล้วนแล้วแต่มีจังหวะและเอกลักษณ์ของตัวเองเพื่อสร้างการโยงใยวิสัยทัศน์กับความฉลาดขององค์กรให้กลายเป็นหนึ่งพร้อมทั้งรอยยิ้มในการแปรเปลี่ยนเพื่อการต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
องค์กรอัจฉริยะ