APIC Leadership Series 2000

http://www.e-apic.com, Tel.  714-4462

อะไรสร้างวุฒิภาวะของผู้นำ
ในการบริหารความผกผันของการเปลี่ยนแปลง

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราและทีมงานยิ่งทำยิ่งเหนี่อย ความสนุกในการทำงานเริ่มหายไป  เราต้องหยุดคิดและถามคำถามตัวเองว่า 
    
“เป้าหมายที่เราจะไปข้างหน้านั้นยังเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องหรือไม่  เหมาะสมกับการเวลาตลอดจนอัจฉริยภาพขององค์กรและตัวเราหรือไม่  ถ้าไม่เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนภาพของความสำเร็จนี้ไปในทิศทางใด  เพราะถ้ากระแสความผกผันมาแรงและเร็วความสำเร็จในอดีตอาจจะไม่ทำให้เราอยู่รอดในอนาคตก็เป็นได้”

     เพราะถ้ากระแสความผกผันมากแรงและเร็วสภาวะของความสำเร็จในอดีตอาจจะไม่ทำให้เราอยู่รอดในอนาคตก็เป็นได้  ผู้นำจำเป็นที่ต้องปรับทิศทางเพื่อสร้างพลังและความสนุกของทีมงานให้ไปในทิศทางที่มีความหมายที่สามารถปลดปล่อยพลังแห่งอัจฉริยภาพของทีมงานได้อย่างเต็มที่”
    
เป้าหมายที่ผู้นำสร้างขึ้นมาจำเป็นที่จะต้องประสานกับสภาวะของการเปลี่ยนแปลง และความต้องการที่อยู่ภายนอก  เพราะถ้าความสมดุลย์ตรงนี้ไม่เกิด  สิ่งที่เป็นกล้ามเนื้อของเราอาจจะไม่เป็นที่ต้องการของกระแสสังคมก็ว่าได้
         
มีหลายองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จมาในอดีต  และสร้างผู้จัดการที่ดีเดินไปตามเส้นทางที่เคยเดินโดยมิได้เหลือบมองความไม่สมดุลย์ขององค์กรที่อยู่  บางครั้งผู้นำอาจจะต้องสร้างสภาวะของการกระชากภวังค์ให้หลุดจากวงจรของการยึดติดความสำเร็จในอดีต  
        
ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในองค์กรระดับ
International ก็คือ Intel แอนดรูว์ โกรฟ  Chairman และ CEO ผู้ที่ได้รับยกย่องจาก Time magazine ว่าเป็น Man of the year ได้กล่าวไว้ว่า

ในโลกของการเปลี่ยนแปลงที่ผกผันอย่างในปัจจุบัน  มีเสียงเรียกหาผู้นำที่สามารถฝ่าฟันวิกฤตให้รอดพ้นจากสภาวะของการเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนมีความรุนแรงขึ้นทุกที
         
อะไรเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างวุฒิภาวะของผู้นำให้แข็งแกร่ง  เพื่อนำพาตัวเอง ทีมงาน และสังคมให้รอดพ้นกับความผันผวนรวมทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงความผกผันให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ
?
     
จำเป็นไหมที่เราจะต้องผันตัวเองจากผู้จัดการไปเป็นผู้นำ  สิ่งเหล่านี้สร้างได้หรือไม่ หรือเป็นพรสวรรค์ที่ติดมากับตัวบุคคล
?

เราต้องการผู้นำหรือผู้จัดการที่ดีในสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่ผกผัน
          ผู้นำนั้นต่างกับบทบาทของผู้จัดการเนื่องจากว่าผู้จัดการที่ดีมักจะมีโจทย์ที่ได้สร้างมาแล้วว่าต้องทำอะไร  หน้าที่ของผู้จัดการก็คือทำงานที่ได้รับมอบหมายมาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
(Efficiency)
      ในขณะที่ผู้นำนั้นต้องสร้างโจทย์ หรือในศัพท์สมัยใหม่มักจะใช้

คำว่า “วิสัยทัศน์” เพื่อสร้างเป้าหมายว่าจะไปไหนกันดี  เพราะในสภาวะของสถานะการณ์ที่ผันผวนนั้น  โจทย์เก่าที่เคยทำมาในอดีตอาจจะไม่ประสบความสำเร็จอีกต่อไป
        ขณะเดียวกันเมื่อได้โจทย์ที่คมชัดแล้วก็ต้องหาทางก้าวเดินไปให้ถึงเส้นชัยด้วย  นั่นคือการมีประสิทธิผล (Effectiveness)
     เมื่อไหร่ก็ตามที่เราและทีมงานเริ่มทำงานมากขึ้น ใช้เวลามากขึ้น ยุ่งมากขึ้น  หรือยิ่งทำยิ่งเหนี่อย  ความสนุกในการทำงานเริ่มหายไป  นั่นคงจะเป็นกระแสที่เราต้องมานั่งหยุดคิดและถามคำถามตัวเองว่า 

         “
เป้าหมายที่เราจะไปข้างหน้านั้นยังเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องหรือไม่  เหมาะสมกับการเวลาและความสามารถตลอดจนอัจฉริยภาพของ
องค์กรและตัวเราหรือไม่  ถ้าไม่เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนภาพของความสำเร็จนี้ไปในทิศทางใด


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
อะไรสร้างวุฒิภาวะของผู้นำในการบริหารความผกผันของการเปลี่ยนแปลง

        “เมื่อไรที่เราประมาท และลืมมองความผกผันรอบตัว เรา  เราอาจจะถูกกระแสของการเปลี่ยนแปลงพัดเราไปยืนในจุดที่เราไม่ถนัด  และเราอาจจะสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันที่เรามีไปก็ได้  
         
จุดผกผันที่ แอนดรูว์ เรียกว่า 
"Strategic Inflection point"  ซึ่งเป็นจุดตรวจสอบเราอยู่ตลอดเวลา  ถ้าเราเปลี่ยนช้าเกินไปเราอาจจะเป็นผู้ที่ถูกเปลี่ยนก็ได้”
 
     แอนดรูว์เองเคยนำพา
Intel ให้เลี้ยวข้ามจุดผกผันจากการเน้นการผลิต Memory chip  หรือหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์ที่เขาเคยเป็นเจ้าโดยที่ญี่ปุ่นก้าวเข้ามาเคียงข้างอย่างรวดเร็วถ้าผกผันไม่ทันเขาเองบอกว่า Intel อาจจะกลายเป็นอดีตไปก็ได้
     ซึ่งเส้นทางใหม่เขานำทางให้
Intel มาเป็นเจ้าใน Microprocessor หรือที่เราได้ยินโมษณากันบ่อย ๆ ว่า Intel inside ของ Pentium chip

ความสามารถในการวิเคราะห์กระแสของความผกผัน
        ผู้นำที่ดีต้องเข้าใจสภาวะของการเปลี่ยนแปลง  รู้จักองค์ประกอบและปัจจัยที่สร้างความผกผัน  เพื่อวิเคราะห์หาจุดเหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่กระแสของการเปลี่ยนแปลงมาถึง  หรือในทางกลับกันถ้าผู้นำที่แท้จริงมักจะเข้าใจจุดผกผันและสร้างให้การผกผันมันเกิดขึ้นกับคนอื่นมากกว่าที่จะรอให้ความผกผันนั้นมันมาถึง  และที่สำคัญ

แหล่งข่าวสารข้อมูลที่อยู่รอบข้างจำเป็นที่จะต้องทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์และเป็นข้อมูลที่ไม่บิดเบือนและเป็นความจริง
          ถ้าเราสังเกตการเลือกตั้งในอเมริกาสมัย บิล คลินตัน เลือกตั้งเพื่อเป็นประธานาธิบดี  เขาตั้งหน่วยข่าวกรองซึ่งสามารถรายงานความคืบหน้าของคู่ต่อสู้ได้นาทีต่อนาที  เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวทางการวางกลยุทธ์และแนวการรบได้อย่างเที่ยงตรงและทันเวลา
          หรืออย่าง
แอนดรูว์ โกรฟ  เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้นำที่ดีจำเป็นต้องแยกให้ออกว่าอันไหนเป็นสัญญาณรบกวน หรืออันไหนเป็นสัญญาณอันตราย  เพราะถ้าเป็นสัญญาณอันตรายจำเป็นต้องรับฟังและปรับตัวให้เหมาะสม
          เขาเองได้สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงจากลูกน้องระดับล่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นที่ส่งจดหมายอิเลคโทรนิคส์มา  ส่งสัญญานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนการสร้างอุตสาหกรรม
Memory chip อย่างเอาจริงเอาจัง
          เมื่อเขาเห็นสัญญานจึงจำเป็นที่จะต้องปรับความพร้อม  เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันหนีผู้ตามชาวญี่ปุ่นที่วิ่งด้วยความเร็วสูงไปสู่แนวทางใหม่ที่เขายังเป็นต่อ  นั่นก็คือสมองของคอมพิวเตอร์นั่นเอง

ประเมินความแรงของกระแสแห่งการผกผัน
          ถ้าเราเข้าใจกลไกของความผันผวนก็จะทำให้เราประเมิน

สถานการณ์จริงได้ว่า  คลื่นที่มากระทบเรานั้นมันลูกใหญ่ขนาดไหน  และเราต้องสร้างความการก้าวกระโดด หรือแนวนวัตกรรมใหม่มากน้อยแค่ใด  รวมทั้งความเร็วในการเปลี่ยนแปลงด้วย
         
เพราะบางคนนั้นมักจะไม่คำนึงถึงความเร็วและความแรง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยเราที่มีแนวความคิดในการทำแบบเรื่อง ๆ มาเรียง ๆ ไม่เคยเจอภัยพิบัติบางครั้งก็มิได้เตรียมตัวในการรองรับสิ่งที่ผันผวนตรงนี้
         
สมัยก่อนเราเคยมีความเชื่อว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวซึ่งต่างจากประเทศที่มีหิมะหรือความอดอยากที่ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
          ผู้เขียนเองเป็นที่ปรึกษาการปรับวัฒนธรรมใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  เพื่อที่จะยกระดับให้กลายเป็นมืออาชีพสู่มาตราฐาน International ให้ทันยุคของการเปิดตลาดเสรีทางการเงินของไทย
         
โดย คุณอมเรศ  ศิลาอ่อน ประธานกรรมการบริหารของตลาดหลักทรัพย  ได้กล่าวเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจว่า
“ปัจจุบันนี้เมืองไทยเราเปรียบเสมือนมีกระแสน้ำที่ไหลมาท่วม  จำเป็นที่จะต้องสร้างความเป็นผู้นำอย่างมืออาชีพที่สามารถหนีน้ำและนำพาองค์กรไปอยู่ในที่สูง  และที่สำคัญต้องยกระดับความพร้อมแห่งการเรียนรู้  ตลอดจนต้องทำงานประสานกันอย่างเป็นทีมแบบศึกบางระจัน  มิฉะนั้นแล้วเราอาจจะอยู่รอดได้ลำบากในยุคของโลกแห่งโลกาภิวัฒน์”


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
อะไรสร้างวุฒิภาวะของผู้นำในการบริหารความผกผันของการเปลี่ยนแปลง

 

กล้าในการเดินไปในทางสายใหม
        ผู้นำที่สามารถบริหารความผกผันของการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องสามารถกล้าเดินไปในทางสายใหม่  พร้อมด้วยแนวนวัตกรรมในการเดินอย่างชาญฉลาด  โดยประสานทั้งทิศทางที่ถูกต้อง ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการเดินไปอย่างมืออาชีพ
         
ถ้าเราต้องการที่จะสร้างแนวนวัตกรรมใหม่ในการผกผัน  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าตัวเราและองค์กรที่เราอยู่  มีความถนัด ความสามารถ  ตลอดจนพลังแห่งอัจฉริยภาพในแกนไหนที่โดดเด่นอย่างแท้จริง

          บางครั้งเมื่อเรารวยขึ้นสังเกตดูว่าตัวเราเองนั้นเราจะเพิ่มไขมันในตัวเองและไม่ได้ฟิตบริหารกล้ามเนื้อที่เคยแข็งแรง  ถ้าเปรียบธุรกิจในช่วงฟองสบู่ก็คือ การขยายธุรกิจแทนที่จะต่อยอดไปในแกนที่เราเก่ง
         
กลับสร้างความหลายหลายในการลงทุน  และบางครั้งกลับไปลงทุนในแกนที่เราไม่มีความนชำนาญอย่างแท้จริงทำให้เกิดเป็นไขมันขององค์กรไป
         
ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่เปิดอย่างแท้จริงเป็นสิ่งที่เราคงจะต้องตระหนักให้ดีว่าเรานั้นเก่งอะไรจริง ๆ ที่จะสามารถเป็นมืออาชีพระดับ
“World Class”   เพราะในกระแสของโลกาภิวัฒน์เรา ต้องเก่งจริงถึงจะอยู่รอด
         
และที่สำคัญเส้นทางสายใหม่จะต้องสร้างความท้าทายให้ขับพลังแห่งอัจฉริยภาพให้ตื่นขึ้นและไม่

หวั่นไหวเมื่อมีกระแสน้ำ หรือลมแรงที่ไหววนรอบตัวเราอยู่ตลอดเวลา
 
         กลุ่ม Leo Group of companies : ซึ่งมี คุณเกตติวิทย์  สิทธิสุนทรวงศ  เป็นผู้นำได้กล้าสร้างทางสายใหม่ที่ยกระดับองค์กรจากผู้นำทาง Freight Forwarder ให้กลายมาเป็นบริษัทไทยองค์กรแรกที่กล้าตั้งวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในการให้บริการ Total Logistic services
 
   
การที่คุณเกตติวิทย์ กล้าที่จะสร้างแนวความคิดในการสร้างผู้นำและมืออาชีพในองค์กร  เพื่อเป็นที่ปรึษาและสามารถเป็นเพื่อนคู่คิดของลูกค้าในการรับเหมา หรือที่หลายคนใช้คำว่า Outsourcing services ในการบริการจัดส่งครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
         
เหตุผลที่สำคัญในการสร้างวิสัยทัศน์นี้เนื่องจากการผกผันทางธุรกิจที่บริษัททั้งหลายย้ำแย่จากฟองสบู่ที่แตกกระจาย  ทำให้หลายบริษัทต้องการที่พึ่งในการบริหารสินค้าคงคลังและบริการในการจัดส่งสินค้า  ซึ่งปัจจุบันนับเป็นต้นทุนใหญ่
ในการทำธุรกิจ

การเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสเป็นสิ่งที่ คุณ เกตติวิทย์ เล็งเห็นถึงปัญหาของเพื่อนนักธุรกิจด้วยกัน  โดยที่ทีมงานของคุณ เกตติวิทย์  สามารถสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นได้ แม้จำเป็นต้องพัฒนาทีมงานให้สามารถมีอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ มากขึ้น
          แต่ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับโอกาสที่ผ่านเข้ามา
  ผู้เขียนเองเห็น

ความกล้าและการความมั่นคงในการกระทำของคุณเกตติวิทย์
          ตั้งแต่การวางโครงสร้าง สถาปัตยกรรมองค์กรใหม่  การพัฒนาวุฒิภาวะผู้นำของทีมงานในทุกระดับ การสร้างทีมงานที่เน้นการบริหารโครงการที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความฝันให้เป็นความจริงขึ้นมาได้
         
การวางแนวความคิดในการสร้างแนวนวัตกกรรมนี้ได้วางแนวทางก่อนที่ความผกผันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย และเมื่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจช่วงผกผันมาถึงความกล้าในการเดินทางสายใหม่ก็ได้ผลประโยชน์แก่ผู้นำ
ที่กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างคุ้มค่า

          ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามคุณเมื่อคุณเห็นสัญญานอันตรายที่เกิดขึ้น  คุณสามารถจะปลุกพลังแห่งอัจฉริยภาพในตัวเองขึ้นมาได้ทั้งสิ้น
         
เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างทางสายใหม่ที่ท้าทายที่ทำให้เกิดความแข็งแกร่ง  และวุฒิภาวะในการเป็นผู้นำเพื่อที่เราสามารถจะยืนอยู่บนยอดคลื่นลูกใหญ่ที่ถาโถมมาหาเราอย่างไม่หยุดยั้ง
ในโลกของการเปลี่ยนแปลงที่ผกผันอย่างในปัจจุบัน  มีเสียงเรียกหาผู้นำที่สามารถฝ่าฟันวิกฤตให้รอดพ้นจากสภาวะของการเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนมีความรุนแรงขึ้นทุก


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
อะไรสร้างวุฒิภาวะของผู้นำในการบริหารความผกผันของการเปลี่ยนแปลง