APIC Leadership Series 2000

http://www.e-apic.com, Tel.  714-4462

การสร้างทีมงานอัจฉริยะ
(
Hi-Trust Hi-Performance Team)

การปลดปล่อยพลังแห่งอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวของทีมงานและประสานก่อให้เกิดเป็นความรู้ความสามารถที่สร้างสรรค์ Innovation เพื่อพิชิตความท้าทายที่ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  เป็น Intellecutal Competencies ของการสร้างความได้เปรียบของการแข่งขันขององค์กรที่ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงในโลกของ Hi-Tech Hi-Touch

กระแสของการเปลี่ยนแปลงในยุค Internet ทำให้รูปแบบของการบริหารทีมงานในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  จากรูปแบบของโครงสร้างที่มีรูปแบบแน่นอนและเด่นชัดไปเป็นการสร้างทีมงานที่ต้องมีความสามารถในการประกอบทีม  แยกสลายตัวและสามารถไปฟอร์มรูปแบบใหม่ในการทำงานที่มีที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระแสที่ผกผันอยู่ตลอดเวลา
         
กรอบความคิดใหม่ของการสร้างทีมงานเป็นสิ่งที่ผู้บริหารของหลายองค์กรกำลังแสวงหาคำตอบเพื่อที่จะขับพลังแห่งอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นที่อยู่ภายในให้กลายเป็น
Intellectual competencies เพื่อการสร้างความได้เปรียบขององค์กรในยุค Hi-Tech Hi-Touch

อัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในทีม
   
     ในการสร้าง Hi-Trust Hi-Performance Team จำเป็นที่จะต้องเข้าใจพื้นฐานของพลังที่อยู่ในทีมเสียก่อนว่าความถนัดพื้นฐานเชิงอัจฉริยภาพนั้นอยู่ในมิติไหน  เพราะการประกอบภาพเป็นทีมนั้นมิใช่แค่มีกลุ่มคนมาอยู่ด้วยกัน

   

แต่ต้องสามารถที่จะต้องผนึกกำลังเปรียบเสมือนเหลี่ยมของเพชรเมล็ดงามที่ถูกจัดมุมให้เกิดการกระจายแสงให้เจิดจรัสที่สุด
         
จากศึกษาของวิจัยร่วมกันระหว่างผู้เขียนกับ
Dr. Ned Hermann เจ้าของ Whole brain technology ซึ่งทำการวิเคราะห์ความถนัดเชิงอัจฉริยภาพมามากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก  พบว่าความถนัดถ้าแบ่งตามพื้นฐานของการทำงานของสมองนั้นแบ่งได้เป็น 4 ส่วนคือ  ความสามารถในการเป็นนักจินตนาการ, นักคิด, นักจัดการและนักประสาน  ซึ่งการสร้างความถนัดให้กลายเป็นพลังแห่งอัจฉริยภาพนั้นเป็นการสั่งสมความถนัดไว้ในสมองของเรา

ถ้าท่านผู้อ่านสนใจแนวทางการสร้างกลยุทธ์ในการขับพลังแห่งอัจฉริยภาพ  สามารถศึกษารายละเอียดจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในตัวอย่างของหนังสือ พลังแห่งอัจฉริยภาพ  ซึ่งหาได้จาก People Magazine หรือตามร้านหนังสือทั่วไป
         
ถ้าทุกคนในทีมงานรู้จักความถนัดและจุดด้อยของตัวเอง  การประสานพลังจากทุกคนในทีมสามารถทำได้โดยง่ายถ้านำเอากระบวนการที่ถูกต้องมารวมพลังเพื่อให้เกิดทีมงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอัจฉริยภาพ

          ถ้าสังเกตดูองค์กรชั้นนำในวงการ Hi-tech Hi-touch อย่าง Microsoft นั้น  บิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกรรมการบริหารตลอดจนเป็นบุคคลที่ถือว่าร่ำรวยที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้ใช้เวลาในการสร้างเนื้อสร้างตัว 20 ปี  จากบริษัท Software เล็ก ๆ มาจนเป็นบริษัทที่มีค่ามากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐในปัจจุบันนี้
ในขณะที่มีพนักงานทั่วโลกเพียง 20,000 คนเท่านั้น


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างทีมงานอัจฉริยะ

ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนาบุคคลากรของไมโครซอพท์และได้ตระหนักถึงแนวทางที่ คุณอาภรณ์  ศรีพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอพท์ที่เมืองไทยใช้หลักการในการเลือกสรรคนแบบเดียวกับที่บิลล์เลือก
          นั่นก็คือ  เลือกคนที่มี
Passion หรือเป็นคนที่มีไฟและมีความสนุกรักที่จะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาจากความคิดและฝีมือของเขาเอง  ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก
          เราจะสังเกตได้จากตัวเขาเองที่เป็นผู้นำองค์กรซึ่งมีคนเคยถามว่า
"รวยขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังทำงานอยู่"  บิลล์กลับให้ข้อคิดที่สำคัญก็คือ สิ่งที่ผมทำก็คือตัวผม  เป็นสิ่งที่ผมรักและนี้ก็คือชีวิตผม
         
ถ้าเรามี
Passion กับงานที่ทำก็จะเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการปลดปล่อยพลังแห่งอัจฉริยภาพให้เกิดขึ้น  เพราะพลังขับเคลื่อนตัวสำคัญนี้จะสร้างความมุ่งมั่นในการปลุกพลังที่ซ่อนเร้นในตัวด้วยคำมั่นสัญญาและความกล้าที่จะเดินทางไปในทิศที่แม้คนอื่นยังไม่เคยเดินหรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่คนอื่นไม่เคยทำมาก่อนด้วยความสนุก

กระบวนการในการสร้าง Hi-Trust Hi-Performance Team
       
การดึงเอาพลังแห่งอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาเป็นศักยภาพในการสร้างความสำเร็จเป็นพื้นฐานสำคัญในกระบวนการสร้างทีมงาน  เพราะเมื่อทุกคนเข้าใจจุดเด่นและจุดด้อยแล้วจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นกระบวนการ

ด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 4 ประการดังคำว่า T-E-A-M  นั่นก็คือ
          1.     Trust  นั่นก็คือ  มีความเชื่อมั่นและเคารพความสามารถของคนในทีมตลอดจนมีพื้นฐานในการวางแนวทางเพื่อสร้างความสำเร็จที่เกื้อกูลกัน
          2.     Envision  นั่นก็คือ  การสร้างพลังแห่งเป้าประสงค์ร่วมกันโดยเปลี่ยน Passion ส่วนบุคคลด้วยการร่วมพลังและสร้างวิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จของทีมร่วมกัน (Envision)   ตลอดจนสร้างทำนองและจังหวะที่สร้างการปลุกใจให้เกิดพลังจากทุกคนในทีม
          3.     Add on  นั่นคือ  การต่อยอดความสามารถจากความคิดของผู้ร่วมทีม  ยิ่งถ้าทีมมีความหลากหลายและแตกต่างก็จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแนวนวัตกรรมใหม่ๆในการสร้างแนวทางสู่เป้าหมายที่วางไว้
          4.     Maturity  นั่นคือ  การสร้างวุฒิภาวะในการประสานพลังของทีมให้เกิดการเจริญเติบโตและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
          ถ้าเปรียบกระบวนการในการสร้างทีมงาน (T-E-A-M Process) ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและคุณภาพก็เสมือนการสร้างวงดนตรีที่ต้องประสานอัจฉริยภาพของผู้เล่นในวงที่มีความถนัดในชิ้นดนตรีที่แตกต่างกัน
         
สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือมีการเชื่อมั่นและมีความมั่นใจในฝีมือ  

พร้อมทั้งรู้จักความถนัดและสิ่งที่ไม่ชอบของทุกคนในวงดนตรี  บางคนชอบอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำอยากเล่นกลองอยู่ด้านหลัง  ในขณะที่อีกคนมีความสามารถในการเป็นนักร้องและมีความสามารถในการเข้าถึงจิตใจคนดูและสร้างบรรยากาศของความสนุกร่วมกัน
         
แต่ที่สำคัญจะต้องมีโน็ตเพลงหรือวิสัยทัศน์ที่ร่วมกันตลอดจนต้องรู้จักจังหวะและลีลาของการเล่นของทีมงานในรูปแบบของการผสมผสานที่สามารถขับอัจฉริยภาพได้อย่างเต็มรูปแบบ

" แม้จะอยู่ในสภาวะของการแข่งขัน  คู่แข่งจะผลักดันให้เรารู้จักบางสิ่งบางอย่างที่เป็นพลังซ่อนเร้นอยู่ในทีมงานแต่ไม่เคยนำออกมาใช้ "

คุณอาภรณ์  ศรีพิพัฒน์  ผู้ก่อตั้งไมโครซอพท์แห่งประเทศไทยได้เคยเปรียบเทียบให้ผู้เขียนฟังว่า ดนตรีในหัวใจของคนไมโครซอพท์ก็คล้ายกับการเล่น ดนตรี Jazz ที่มีการ Jamming เพื่อสร้าง Innovation อยู่ตลอดเวลา
         
ถ้าทีมงานเข้ามาประชุมร่วมกันทุกความคิดในที่ประชุมนั้นสำคัญมาก  ทุกคนต้องแสดงความคิดเห็นและต้องมีความสามารถในการ


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างทีมงานอัจฉริยะ

ต่อยอด หรือ add on ความคิดร่วมกันอยู่ตลอดเวลา
         
กระบวนการที่สำคัญในการประสานจะเริ่มต้นไม่ได้หากทีมงานแต่ละคนมิได้เคารพในความต่างของทีมงานและไม่เชื่อมั่นในฝีมือ  ตลอดจนไม่รู้ใจกันว่าสไตล์ในความถนัดนั้นคืออะไร  ผู้นำทีมที่เก่งก็จะเปรียบเสมือนหัวหน้าวงที่ต้องคอยดูความสัมพันธ์ของความถนัด สไตล์ใจ  และเอกลักษณ์ให้เกิดการประสานที่ละมุนละม่อม  ตลอดจนยังคงไว้ซึ่งอัจฉริยภาพของแต่ละคน
         
นอกเหนือจากนั้นวุมิภาวะในการเข้าอกเข้าใจความรู้สึกพร้อมทั้งการสร้างความเรียนรู้เพื่อพัฒนาทีมงานสู่มิติใหม่ ๆ จำเป็นอย่างมากในยุคของการแข่งขันที่ไร้พรมแดน

วัฒนธรรมที่ Develop และ Retain ทีมงานอัจฉริยะ
       
สถาปัตยกรรมในการสร้างบรรยากาศเพื่อขับพลังของทีมทั้งยังหล่อหลอมให้ทีมงานมีใจและประสานความต่างให้ก่อเกิดเป็น
ผลรวมที่
Extra ordinary กว่าเดิมเป็นปัจจัยที่สำคัญในการ Develop และ Retain ทีมงาน
         
ผู้เขียนได้ข้อคิดที่ดีในการสร้างสถาปัตยกรรมจาก คุณจิรพรรณ  อังศวานนท์ ผู้แต่งเพลง
รักคือคำ ๆ นี้  ในโฆษณา
Nescafe และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งวงฟองน้ำกับ อาจารย์  บรูซว่า  รูปแบบวงฟองน้ำคือ บรรยากาศของการผสมผสานดนตรี

ไทยกับเทศที่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ของการผสมผสานอัจฉริยภาพของนักดนตรีไทยและเทศในเอกลักษณ์ของการผสมผสานใหม่  ซึ่งในบรรยากาศใหม่นั้นยังช่วยเสริมและสร้างหัวใจของนักดนตรีให้สะใจกับการเล่นด้วย
         
บางครั้ง
Hi-Technology ก็เปรียบเสมือนดนตรีตะวันตก Hi-Touch ก็เปรียบเสมือนดนตรีไทยที่ถ้าวงไหนสามารถผสมผสานบรรยากาศความต่างได้อย่างกลมกลืนดั่งวงฟองน้ำก็จะสร้างความพร้อมในการประสานทีมงานเต็มไปด้วยแนวความคิดใหม่พร้อมใจที่เปิดให้แก่กัน
         
นอกเหนือจากนั้นทักษะของทีมงานไม่ว่าจะเป็นการมีการบริหารการสื่อสาร  การบริหารเวลา  การบริหารโครงการ 
และการเปลี่ยนแปลง ความมีวุฒิภาวะของความเป็นผู้นำและแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ก็ล้วนแต่เป็นส่วนที่ประกอบให้ทีมสามารถสร้างความเป็นมืออาชีพได้โดดเด่นยิ่งขึ้น
          สำหรับในกรณีของ ม.ล.ชัยวัฒน์  ชยางกูร  ผู้เป็น Conductor หรือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท Compaq (Thailand) ได้คุยกับผู้เขียนไว้ในหนังสือ พลังอัจฉริยภาพ  โดยปัจจุบันนี้องค์กรของ Compaq เกิดจากการรวมตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 ค่ายนั่นก็คือ Compaq และ Digital

ในการ Conduct เอาศิลปิน 2 ค่ายคือ  Compaq ซึ่งสไตล์การเล่นเป็นแบบของ Pop มารวมกับ Digital ซึ่งเล่นในสไตล์ Rock  N Roll  จะต้องสร้าง โครงสร้างของสถาปัตยกรรมของ Culture  เพื่อที่จะสามารถดึงเอาความเด่นของนักดนตรีมาเล่นในวัฒนธรรม Compaq ยุคใหม่ที่เป็นแนวผสมของการเน้น Hi-Tech Lean Distribution ในโลกของ Compaq  ซึ่งเป็นเครื่องขนาดเล็ก และ Hi-Touch Professional Services ในโลกของมืออาชีพจาก Digital
        
องค์กรที่ Hi-tech มักจะนำเอาความสามารถเหล่านี้ของทีมเก็บใส่ไว้ใน Skill Database เพื่อที่จะได้รู้ได้ด้วย Hi-touch ว่า Intellectual Competencies ขององค์กรนั้นอยู่ที่ไหน  และเขาเหล่านั้นมีเวลาว่างที่สามารถจะมาร่วมทีมงานหรือไม่
         
ที่สำคัญ
ก็คือเราได้ใช้เขาจน
Burn-out หรือเปล่า  เพราะคนที่เก่งมักจะถูกใช้งานหนักจนบางครั้งไม่มีเวลาพักผ่อนและแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ
          สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่หลายทีมมักจะลืมในการสร้างสรรค์ให้หัวใจของทีมงานพองโตอย่างต่อเนื่องก็คือ  การสนับสนุนให้เกิดโครงสร้าง ระบบงาน  ตลอดจนผลตอบแทนที่เหมาะสม  เพื่อขับพลังแฝงที่ซ่อนเร้นออกมาให้ได้อย่างเต็มกำลัง
         
มีหลายครั้งที่ผู้บริหารมักจะพูดแต่ปากว่าทำงานเป็นทีมแต่ให้รางวัลหรือยกย่องศิลปินเดี่ยว หรือ
Hero 


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างทีมงานอัจฉริยะ

เพียงคนเดียว  สิ่งสนับสนุนเหล่านี้เปรียบเสมือนความศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้นำทีมต้องทั้งคิด ทั้งสนับสนุนเพื่อที่จะทำให้ทีมงานขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่ต้องเหลียวหลัง
          ทีมงานที่เล่นเข้าขากันถึงขนาดที่เรียกว่า Hi-trust Hi-performance team   มักจะบรรยายตัวเองถึงจุดมหัศจรรย์นี้ว่า  เราเล่นด้วยความสนุกแม้จะอยู่ในสภาวะของการแข่งขัน  คู่แข่งจะผลักดันให้เรารู้จักบางสิ่งบางอย่างที่เป็นพลังซ่อนเร้นอยู่ในทีมงานแต่ไม่เคยนำออกมาใช้
         
ทีมกีฬาหลายทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จได้บรรยายเหตุการณ์นี้ว่าเสมือนการเล่นใน
Mode ของ Slow motion ที่ทุกจังหวะข้างหน้าเราสามารถคาดการณ์ได้ว่าลูกจะไปอยู่ที่ไหน  และทีมงานของเราควรส่งลูกไปในตำแหน่งเพื่อทำคะแนนได้อย่างสะใจ
         
ถ้าทีมงานสามารถเข้าขากันได้ถึงมิติตรงนี้ทีมงานจะทำงานด้วยความสนุกและจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพราะรู้จังหวะและใจของคนในทีมงาน
          ในกระแสของนวัตกรรมและโลกาภิวัฒน์  เราคงจะหลีกเลี่ยงโลกการปรับสร้างองค์กรให้เข้าไปอยู่ในรูปแบบของ Hi-Tech และ Hi-Touch ไม่ได้

แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือการสร้างความพร้อมในการสร้าง ทีม Hi-trust และ Hi-Performance  เพื่อสร้างพื้นฐานของความเป็นมืออาชีพให้กับคนไทยยุคใหม่ที่ต้องไปต่อสู้กับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
การสร้างทีมงานอัจฉริยะ