APIC Leadership Series 2000

 http://www.e-apic.com, Tel.  714-4462

วิสัยทัศน์
กระบวนการประสานพลังสู่องค์กรอัจฉริยะ

องค์กรที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายมักจะมีรากฐานที่สำคัญ  นั่นก็คือสามารถที่จะใช้วิสัยทัศน์เป็นกระบวนการที่ขับพลังและศักยภาพของบุคคลากรในทุกระดับ  ตลอดจนเจียระไนอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นภายในเพื่อพิชิตโอกาสและความท้าทายต่าง ๆ ที่ผกผันอยู่ตลอดเวลาด้วยรอยยิ้มและแรงบันดาลใจที่ขวนขวายเรียนรู้เพื่อต่อยอดของการพัฒนาการในการประสานพลังแห่งอัจฉริยภาพสู่การสร้างองค์กรแห่งอัจฉริยะ  เรื่องราวการประยุกต์ใช้วิสัยทัศน์เพื่อเป็นกระบวนการสร้างความสำเร็จจะเป็นประโยชน์แก่คุณ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในองค์กรก็สามารถใช้แนวทางในการสร้างวิสัยทัศน์เพื่อประโยชน์กับชีวิตคุณเอง  รวมทั้งการขยายผลให้เกิดความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่คุณรัก

วิสัยทัศน์ : แสงสว่างนำทางสู่จุดหมาย
        วิสัยทัศน์เปรียบเสมือนแสงไฟที่ส่องสว่างนำทางให้เราก้าวไปสู่จุดหมายที่มีคุณค่า  วิสัยทัศน์เป็นกระบวนการที่หล่อหล่อมพลังที่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ทั้งยังสามารถสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ที่ทำให้เราสามารถกระโดดข้ามวิกฤตการณ์ที่เราไม่นึกว่าเราสามารถจะข้ามก้าวได้  นอกเหนือจากนั้นยังสามารถจุดประกายในใจเราให้สามารถพิชิตความท้าทายที่เราไม่เคยคิดว่ามนุษย์เราจะทำได้มาก่อน
         
บางคนอาจจะสร้างวิสัยทัศน์ไว้เป็นแสงเทียนเพื่อนำตัวเองไปสู่เส้นทางเดินของชีวิตที่มีความหมาย  ถ้าการเดินทางของเขาเหล่านั้นมีคุณค่า  แสงเทียนที่ส่องสว่างอาจจุดให้ประกายไฟในตัวของผู้ที่อยู่รอบข้างได้ลุกโชติช่วงขึ้นและกลายเป็นแรงดลบันดาลใจให้ประสานพลังแห่ง
อัจฉริยภาพร่วมกัน

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศล้วนให้ความสำคัญในการพัฒนาวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อจุดประกายไฟ และสร้างความกล้าให้ผู้ที่ต้องการเดินไปสู้จุดหมายเดียวกัน  เปลี่ยนจากความฝันให้กลายเป็นภาพของความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  ตลอดจนพัฒนาวุฒิภาวะของคนที่อยู่รอบข้างให้กล้าคิดกล้าทำอย่างสร้างสรรค์และพร้อมที่จะเป็นผู้นำที่จะกล้านำตัวเองและสังคมให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง  เพราะความหมายในชีวิตนั้นมิใช่แค่จุดหมายปลายทางแต่เป็นความสนุกที่เราได้เดินไปในเส้นทางที่ให้คุณค่าแก่ตัวเราและสังคมที่เราผ่านไป
          ในกระแสสังคมและเศรษฐกิจที่แปรเปลี่ยนและผกผันอย่างรวดเร็ว  องค์กรที่จะอยู่รอดจะต้องเกิดจากการที่บุคคลากรแต่ละคนในองค์กรจะต้องมีภาวะผู้นำในการสร้างวิสัยทัศน์

ในการนำตัวเอง  ตลอดจนสามารถที่จะประสานเป้าหมายให้เกิดเป็นภาพรวมที่เสมือนเปลวไฟที่หล่อหลอมให้ทุกคนสามารถรวมพลังที่จะสร้างภาพแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คนแต่ละคนจะกระทำได้  แรงบันดาลใจที่เกิดจากการประสานพลังยังเป็นบ่อเกิดของการสร้างบันไดในการเรียนรู้ เกิดการต่อยอดความคิดซึ่งกันและกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น

ศิลปะในการสร้างวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมองค์กร
   
     การสร้างวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมองค์กรเป็นศิลปะของผู้นำองค์กรที่ต้องการสร้างกุศลโยบายในการประสานพลังแห่งความปรารถนาที่มีอยู่ในตัวบุคคลากรทุกคนให้มุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน  ความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนสามารถทำให้เขามีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าผ่านอุปสรรค


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
วิสัยทัศน์ - กระบวนการประสานพลังสู่องค์กรอัจฉริยะ

ต่าง ๆ อย่างไม่ย่อท้อฉันใด  การสร้างความฝันให้เป็นความจริงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขจัดอุปสรรคทางความคิดไม่ว่าจะกลัวความล้มเหลว ไม่มีเงินในการเริ่มต้นไม่มีความรู้ ไม่มีเวลา แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นกรอบความคิดที่เรามีอยู่ในใจ
         
สิ่งที่สำคัญในการเป็นผู้นำที่จะก้าวข้ามอุปสรรคของความคิดก็คือ  การสร้างความกล้าในการปรับกรอบความคิดด้วยด้วยการเปลี่ยนความฝันเป็น
เป้าหมายที่ชัดเจน  ยิ่งชัดเท่าไหร่พลังของความท้าทายและความเชื่อมั่นก็จะแรงขึ้นเท่านั้น  เพราะการก้าวเดินออกไปจะเป็นการลงทุนในการสร้างความฝันให้เกิดเป็นความจริงออกมาจะต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและแรงงาน

          ผู้บริหารและผู้นำในองค์กรที่ประสบความสำเร็จมักจะสามารถที่จำดึงพลังแห่งอัจแริยภาพของตนเองและคนที่อยู่รอบข้างออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ  โดยการเปลี่ยนจากความฝันร่วมกันของทีมงานให้กลายเป็นภาพของความสำเร็จที่เรียกว่า “วิสัยทัศน์” ยิ่งถ้าเป็นการประสานความฝันจากทุกคนแล้วมันสามารถจะเป็นศูนย์รวมพลังของทุกคนให้ก้าวไปข้างหน้าไม่ว่าจะผ่านอุปสรรค หรือความคิดดันจากสภาวะรอบข้างอย่างไรก็ตาม
          สิ่งที่สำคัญในการสร้างวิสัยทัศน์ก็คือ  พลังของความท้าทายที่สามารถทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการร่วมวางวิสัยทัศน์ร่วมกันมีหัวใจพองโตเมื่อคิดถึงภาพแห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น  ความท้าทายนี้จำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นในระดับส่วนบุคคล  ยิ่งถ้าความท้าทายที่วางไป

ข้างหน้าร่วมกันสอดคล้องกับความถนัดเชิงอัจฉริยภาพด้วยแล้วมันจะมีพลังอำนาจในการปลดปล่อยพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวเขาเหล่านั้นให้ออกมาเป็นพลังแห่งอัจฉริยภาพ

วิสัยทัศน์ที่ท้าทายขององค์กรก็เปรียบเสมือนความฝันที่ร่วมพลังอันยิ่งใหญ่ของทุกคน  การสื่อสารวิสัยทัศน์จำเป็นต้องเข้าถึงคนทุกระดับในองค์กร  ทั้งความท้าทาย ความเชื่อมั่นในแนวทาง คำมั่นสัญญาของทุกคนในองค์กรที่จะสร้างความสำเร็จร่วมกัน  ตลอดจนกำลังใจ และความกล้าในการสร้างความฝันนั้นให้เกิดเป็นความจริงขึ้นมานับเป็นศิลปะที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปหว่าการสร้างวิสัยทัศน์เอง เพราะถ้าทีมงานไม่ได้อยู่ในทีมบริหารอาจจะมีความรู้สึกว่ามิใช่วิสัยทัศน์ของฉันแต่เป็นของผู้บริหาร  ดังนั้นกุศลโยบายในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันจำเป็นต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแต่งแต้มสีสันในวิสัยทัศน์ในแนวความคิด ความหมาย  และความสนุกเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นอกเหนือจาการวางวิสัยทัศน์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมแล้วการสร้างบรรยากาศ และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้ออำนวยให้เกิดความกล้าคิด กล้าทำ อย่างสร้างสรรค์ในการสร้างรูปแบบแนวปฏิบัติที่จะสางฝันให้เป็นความจริงก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิสัยทัศน์เอง  เพราะค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรก็เปรียบเสมือนรากแก้วที่สำคัญและสร้างความมั่นคงกับต้นไม้ฉันใด  ความเชื่อและศรัทธาต่ออุดมการณ์และค่านิยมก็เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวกาวใจขององค์กรฉันนั้น
         
ทุกองค์กรมีจังหวะและลีลาในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าที่แตกต่างกัน  แต่ที่สำคัญคือการประสานระหว่างวิสัยทัศน์กับวัฒนธรรมองค์กร  ประดุจการสร้างแนวจังหวะดนตรีให้ประสานกับโน็ตเพลงที่สร้างสรรค์ให้ผู้เล่นสามารถปลดปล่อยความสามารถ และอารมณ์ในการเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ  สามารถต่อยอดของการเล่นได้อย่าง
สนุกสนานและเป็นการประสานอัจฉริยภาพของดนตรีทุชิ้นให้เป็นพลังอันยิ่งใหญ่และความไพเราะของเสียงเพลงที่ออกมาขับกล่อม
          ทุกครั้งที่ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษากับบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ  ในการวางวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมองค์กรมักจะได้สัมผัสกับแรงบันดาลใจและอารมณ์ร่วมของทีมงานในแต่ละองค์กรที่เมื่อขัดเกลาวิสัยทัศน์และวัฒนธรมองค์กรมาระดับหนึ่งจะสร้างสรรค์อัจฉริยภาพทางดนตรีออกมาแปลความหมายของวิสัยทัศน์และค่านิยมร่วมกันออกมาเป็นเสียงดนตรีเพื่อสร้างกาวใจในการเดิน


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
วิสัยทัศน์ - กระบวนการประสานพลังสู่องค์กรอัจฉริยะ

ทางสู่เป้าหมายร่วมกัน

วิสัยทัศน์-กระบวนการประสานพลังสู่องค์กรอัจฉริยะ
        องค์กรที่จะประสบความสำเร็จในยุคโลกาภิวัฒน์ต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และมีการพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา  องค์กรของคุณไม่ว่าเล็กหรือใหญ่สามารถที่จะขับเคลื่อนพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในให้เกลายเป็นองค์กรแห่งอัจฉริยะได้ทั้งสิ้น  องค์กรอัจฉริยะ  คือ
  องค์กรที่สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด  พร้อมทั้งสามารถปรับตัวเพื่อสร้างความสามารถที่มีเอกลักษณ์ในการแข่งขันในการสร้างคุณค่าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
         
กระบวนการในการใช้วิสัยทัศน์เป็นตัวประสานพลังสู่การสร้างองค์กรอัจฉริยะก็เปรียบเสมือนการที่
Conductor ของวงดนตรีได้สร้างโน็ตเพลงเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานพลังร่วมของนักดนตรี  ยิ่งถ้าวงนั้นนักดนตรีมีความรู้สึกถึงคุณค่าของโน็ตเพลง  และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโน็ตเพลงแล้วละก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของอารมณ์ร่วมที่ยิ่งใหญ่
          S-M-A-R-T Organization Development Process  หรือกระบวนการสร้างองค์กรอัจฉริยะนั้นเป็นการพัฒนารูปแบบของการสร้างองค์กรที่มีบันไดในการพัฒนาอยู่ห้าขั้นโดยเริ่มจาก
           S - Strategic vision and Cultural formation
  นั่นก็คือการสร้างโน็ตดนตรีและจังหวะของ

เสียงเพลงที่จะบรรเลงที่สร้างความไพเราะและมีความหมายในการที่จะดลบันดาลให้เกิดพลังในการขับเอาอัจฉริยภาพที่มีอยู่ภายในของนักดนตรีภายในองค์กรออกมาบรรเลงเพลงอย่างสุดฝีมือร่วมกัน
          M - Manage intelligence empowerment process  บันไดขั้นที่สองนี้ก็คือ  การสร้างพิมพ์เขียวของการเจริญเติบโตของพนักงานทุกคนในองค์กรที่ร่วมบรรเลงเพลงให้รู้จักการเจียระไนพลังที่มีอยู่ภายในให้โดดเด่นออกมาด้วยรอยยิ้มและความสนุกในการพัฒนา  ในบันไดขั้นนี้ผู้นำวงสามารถที่จะรู้ความพร้อมและศักยภาพของผู้ร่วมบรรเลงเพลงร่วมกันว่าเขาเหล่านั้นมีความพร้อม  และมีอะไรบ้างที่ต้องการพัฒนา  ซึ่งหลายองค์กรจะสร้างเป็นพิมพ์เขียวในการสร้างภาวะผู้นำของผู้ร่วมวงหรือที่เราเรียกว่า “Leadership blueprint”  ซึ่งเป็นการแตกย่อยจากวิสัยทัศน์ขององค์กรลงไปเป็นวิสัยทัศน์ของระดับบุคคล
          A - Architect organization competencies  เมื่อองค์กรมองเห็นภาพของจุดหมายที่จะไปตลอดจนเห็นอัจฉริยภาพและความพร้อมของผู้ร่วมสร้างสรรค์ภาพแห่งความสำเร็จร่วมกัน  การวางสถาปัตยกรรมในการพัฒนาทักษะหลักที่เป็น core competencies ขององค์กรเป็นสิ่งที่องค์กรสามารถสนับสนุนการขับเคลี่อนในการประสานอัจฉริยะภาพเพื่อสร้างความเฉียบคมของมืออาชีพที่จะใช้อัจฉริยภาพได้

อย่างเต็มเปี่ยม
         
ที่สำคัญถ้ากระบวนการทั้ง
2 ขั้นแรกถ้าทำไว้อย่างดีแล้วจะได้หัวใจของผู้ร่วมบรรเลงทุกท่านจะแสวงหาความต้องการสร้างสรรค์พัฒนาทักษะของตัวของเขาเองมิใช่เกิดจากการบังคับให้เกิดการพัฒนาการ
          R - Realign win-win learning system   การสร้างระบบการเรียนรู้อย่างเป็นระบบรวมทั้งกระบวนการในการวัดผลความก้าวหน้าและการให้รางวัลเมื่อสามารถใช้อัจฉริพภาพที่สร้างสรรค์ให้เกิดผลงาน  โดยคำนึงถึงการ win-win ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารที่เปรียบเสมือน conductor ของวง  ทีมงานและบุคคลากรหรือนักดนตรีในวง ลูกค้าคนสำคัญซึ่งเปรียบเสมือนผู้ฟังเพลง  ตลอดจนเจ้าของและคู่ค้าทางธุรกิจที่เป็นเสมือนเจ้าของวงและผู้ร่วมผลประโยชน์ร่วมกัน
         
ระบบเรียนรู้ในการประสานอัจฉริยะขององค์กรกับความสามารถในการสร้างผลงานเป็นระบบที่ต้องมีการพัฒนาให้เกิดดุลยภาพทั้งภายในและภายนอกเพื่อสร้างการปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์
 
          T - Transform wisdom into action
  บันไดขั้นสุดท้ายและที่สำคัญก็คือ  การสร้างอัจฉริยภาพและความสามารถขององค์กรให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของอัจฉริยภาพขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม  คุณจิรพรรณ  อังศวานนท์  ผู้เป็นนักดนตรี


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
วิสัยทัศน์ - กระบวนการประสานพลังสู่องค์กรอัจฉริยะ

และผู้ประพันธ์เพลงที่มีชื่อไม่ว่าจะเป็นเพลงในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่กรุงเทพที่โด่งดัง  หรือเพลง รักคือคำคำนี้ของ Nescafe ได้กล่าวไว้กับผู้เขียนอย่างน่าสนใจว่าเมื่อมีการสร้างบันไดพื้นฐานทั้ง 4 ขั้นเรียบร้อยแล้ว  ขั้นที่ห้าจะเป็นการสร้างความสามารถให้เกิดขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์  และอย่างเป็นธรรมชาติมิใช่เป็นการเลียนแบบใคร  วงดนตรีที่มีนักดนตรีที่รู้จักอัจฉริยภาพของตัวเอง  และสามารถประสานแนวดนตรีที่ผู้ชมชีนชอบจำเป็นที่จะต้องสร้างแนวนวัตกรรม (Innovation spirit) ที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เลียนแบบใคร  และยากที่จะเลียนแบบด้วย  เพราะนั่นแหละคือการสร้างอัจฉริยะขององค์กรที่จะเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง  ผู้เขียนเองสังเกตองค์กรอัจฉริยะทั้งหลายที่ไปเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาอัจฉริยภาพ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, Leo Group of companies, Tipco, Thai Airway, PQ Chemical, Oracle เป็นต้น  องค์กรเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ประดิษฐ์ประดอยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ  และสร้างระบบเรียนรู้เพื่อพัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเองให้เกิดความโดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม

คุณสร้างดุลยภาพระหว่างวิสัยทัศน์กับอัจฉริยภาพของบุคคลากรและองค์กรคุณแค่ไหน
   
     หลายคนมักจะกล่าวว่าความฝันของผมไม่เคยเป็นความจริง หรือองค์กรผมสร้างวิสัยทัศน์แต่ไม่เคยเป็น

รูปธรรมขึ้นมาสักทีหนึ่ง ไม่ผิดที่เราจะฝันแต่จำเป็นที่จะต้องสร้างดุลยภาพระหว่างความฝันกับความสามารถที่จะสร้างความฝันให้เกิดเป็นความจริงขึ้นมาให้จงได้ เพราะถ้าเรามีความถนัดที่ไม่สอดคล้องกับความฝันของเราบางครั้งอาจจะะกลายเป็นกับดักของความฝัน  หรือที่ฝรั่งเขามักจะเรียกว่า “Vision trap”
          ผู้เขียนเคยไปช่วยนักกีฬาระดับชาติหลายท่านที่มีความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นแชมป์  เขาเหล่านั้นมักจะเข้าใจความสัมพันธ์ของเป้าหมาย ความถนัด  และหยาดเหงื่อแรงงานที่ต้องลงทุนลงแรงเพื่อสร้างความฝันให้เกิดเป็นความจริงขึ้นมา  ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง  เรารู้ว่าตัวเรา หรืองค์กรของเรามีพื้นฐานความถนัดตรงไหนที่โดดเด่น และเราสร้างวิสัยทัศน์เพื่อขับความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนออกมาให้เกิดความสนุกในการเดินทางในการสร้างความฝันนั้นโดยใช้อัจฉริยภาพที่เรามีเพื่อข้ามอุปสรรคทั้งหลายด้วยความสนุก การที่ได้มาซึ่งชัยชนะและแชมป็เปี้ยนก็จะมีความหมายทั้งระหว่างการเดินทางที่สนุกและการพิชิตเป้าหหมายที่มีคุณค่า
          ผู้เขียนเองเคยเจอเด็คนหนึ่งที่มีความฝันว่าอยากเป็นแชมป์โลกนักกระโดดน้ำซึ่งดูเหมือนเป็นความฝันที่มีความหมายและท้าทายแต่ที่สำคัญเขาว่ายน้ำไม่เป็นและกลัวความสูงซะด้วยทำให้ความสมดุลย์ระหว่างเป้าหมายและความสามารถไปกันคนละแกน  ที่สำคัญเขากำลังหาทางลัดสู่การเป็นแชมป์โดยต้องการเป็น hero

แต่ไม่อยากเหนื่อย  ปกติแล้วจะไม่มีความลัดสู่ความสำเร็จ
         
หลังจากที่มีการทำ
leadership bluprint หรือพิมพ์เขียวของวิสัยทัศน์เพื่อวิเคราะห์ความพร้อมและความตั้งใจจริงอย่างละเอียดแล้ว  เด็กคนดังกล่าวปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง ความถนัดและความสนุกในการพัฒนา  จึงตั้งเป้าหมายที่จะมาเล่นเทนนิสแทนที่จะเป็นการกระโดดน้ำ
         
สิ่งที่สำคัญก็คือการกระโดดน้ำเป็นความต้องการของพ่อแม่ไม่ใช่ตัวเด็ก  ในขณะที่ความสนุกของการพัฒนาการเป็นแชมป์เทนนิส เด็กมีความสนใจและรู้สึกว่าตัวเองถนัดกว่า  ที่สำคัญก็คือความกล้าในการเดินทางสู่ความสำเร็จเป็นสิ่งที่สนุกและคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อและแรงงานที่จะลงทุนลงแรงสร้างให้มันเกิดขึ้น
          ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำองค์กร หรือผู้ร่วมทีมที่อยากจะสร้างเป้าหมายสู่ความสำเร็จหรือเป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์เปี้ยนคงต้องตอบคำถามดังเด็กคนนั้นให้ดีว่าความหมายในการพิชิตเป้าหมายมันให้คุณค่ากับคุณและผู้ร่วมเดินทางอย่างมีรสชาติมากน้อยแค่ไหน?
          ถ้ายังไม่ยอมเหนื่อยให้กลับมาดูบันไดขั้นแรงและขั้นที่สองที่เป็นรากฐานสำคัญก็คือ  วิสัยทัศน์และความถนัดมันมีสัมพันธ์กันมากน้อยขนาดไหน  เมื่อไหร่ที่เกิดดุลยภาพความกล้า ความสนุก  และความมั่นใจก็จะเกิดขึ้น  ถ้าหลายคนยังไม่แน่ใจลองโทรมาคุยกับผู้เขียนได้ที่
Asia pacific Innovation Center 714-4462


Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd. 
Article :
วิสัยทัศน์ - กระบวนการประสานพลังสู่องค์กรอัจฉริยะ