เอปิก-ทีเอ็มเอรุกพัฒนาคนวงการราชการ

เอปิก-ทีเอ็มเอ รุกประสาน สมาคมการจัดการธุรกิจ่างชาติร่วมพัฒนาบุคลากร  คาดดำเนินการจัดตั้ง "สถาบันการศึกษา-อบรมสัมมนา" หวังสร้างพื้นฐานการดำเนินธุรกิจแก่คนรุ่นใหม่จากภาคเอกชนก่อนขยายสู่การพัฒนาบุคลากรในวงราชการ


กฤษณ์  รุยาพร

นายกฤษณ์  รุยาพร  ประธานบริษัท เอเชีย แปซิฟิค อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (เอปิก หรือ APIC) ผู้ดำเนินการธูรกิจให้คำปรึกษาและพัฒนาบุคลากร  กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทว่า  ขณะนี้บริษัทได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมประสานความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรให้กับวงการธุรกิจระหว่างสมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) กับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
          สำหรับการดำเนินงานร่วมกันครั้งนี้คาดว่าจะออกมาในรูปแบบของการจัดตั้งองค์กร หรือสถาบันที่ให้การศึกษาความรู้  พร้อมทั้งเป็นแห่งพัฒนาอบรมบุคลากร  แต่อย่างไรก็ตามแผนงานดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างศึกษาความพร้อม ความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกัน  ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลได้ในเร็ว ๆ นี้

เตรียมสัมมนาใหญ่เพื่อเป็นฐานขยายงานในอนาคต
          ดังนั้นเพื่อเป็นการปูพื้นฐานการดำเนินงานในอนาคต  บริษัทและทีเอ็มเอ มีโครงการพัฒนาบุคลากรร่วมกันในการจัดสัมมนา  โดยการดึงนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของวงการทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต่างประสบความสำเร็จในอาชีพการดำเนินงาน อาทิ 

นายอนันท์  ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี  นายธนินทร์  เจียรวนนท์ ประธานกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์  ร่วมชี้แจงถึงแผนแนวคิดการดำเนินการพัฒนาตัวเอง ทีมงานในองค์กรว่ามีส่วนสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไร

"เราคาดว่าจะเริ่มจากกลุ่มธุรกิจจากภาคเอกชนของเราก่อน  ทั้งนี้เพื่อเป็นการปูพื้นฐานในคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มกิจการกลางเก่ากลางใหม่ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนพัฒนาองค์กรของตนเอง  โดยอาศัยข้อมูลและปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้รับจากผู้บริหารเหล่านี้  เพื่อนำไปปรับใช้กับกิจการของตัวเองต่อไป"  นายกฤษณ์ กล่าวว่าสำหรับการสัมมนาดังกล่าวคาดว่าจะจัดให้มีขึ้นในราวปลายปีนี้

หากผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นที่ยอมรับ  การขยายงานจากนี้ต่อไปอาจก้าวสู่การร่วมมือ การประสานระหว่างบริษัทกับภาครัฐ หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ต้องการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรของตนเองต่อไป

นายกฤษณ์ กล่าวต่อถึงผลการดำเนินงานของบริษัทว่า  จากการเปิดตัวและเปิดให้บริการมาราว 1 ปีนั้น  บริษัทมีส่วนร่วมเข้าไปพัฒนาบุคลากรใน

องค์กรต่าง ๆ   อาทิ กลุ่มธุรกิจคอมพิวเตอร์ กลุ่มธุรกิจยาและเครื่องมือแพทย์ หรือแม้แต่กิจการในกลุ่มวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เช่น ประตูอัลลอยด์ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ หรือระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ เป็นต้น  ซึ่งจากการร่วมงานกับธุรกิจเหล่านี้  ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ  เนื่องจากพบว่าสามารถปรับกระบวนทัพของทีมงานให้สอดคล้องกับงานและเป้าหมายที่วางไว้  ซึ่งรูปแบบและกระบวนการดำเนินงานนั้นจะขึ้นอยู่กับเป้าหมายและจุดประสงค์ของแต่ละกิจการ  ซึ่งกลไกหลักของการทำงานในส่วนนี้ คือ "บุคลากร"

ทั้งนี้จากสภาพการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจขณะนี้  ปัจจัยหลักของการดำเนินงาน การเตรียมความพร้อมเพื่อรับการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นก็คือ "บุคลากร"  ซึ่งต้องเป็นบุคคลทพร้อมได้วยคุณภาพประสิทธิภาพ มีวิชั่นการมองตลาดและสภาพเศรษฐกิจที่กว้างไกล  ซึ่งตราบใดที่ทีมงานในองค์กรไม่ว่าจากภาครัฐหรือเอกชนไม่พร้อมที่จะก้าวเดินตามนโยบายของบริษัทของหน่วยงาน  เชื่อว่าการดำเนินงานดังกล่าวคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  นายกฤษณ์ กล่าวในที่สุด