คุณหรือองค์กรของคุณประสบกับปัญหาเหล่านี้บ้างหรือไม่

Competency-based Training คืออะไร

Competency-based Training คือ การสร้างและการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร เพื่อสร้างความมั่นใจให้บุคลากรเหล่านี้ ในการนำองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์ที่วางไว้ ไม่ว่าจะในเรื่องของการพัฒนาทักษะ (Skill) ทีมีอยู่ภายในตัวบุคลากรเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งทักษะในส่วนที่ทางองค์กรต้องการได้จากบุคลากรเหล่านั้น หลายครั้งที่เราพบว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ที่ท้าทายแต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาว เพราะมีสาเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการละเลยหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเก่ง หรือศักยภาพที่เหมาะสมให้กับบุคลากรที่มีอยู่ โดยกลับไปมองถึงทักษะที่ทางองค์กรต้องการได้จากบุคลากรนั้นๆเป็นหลัก โดยขาดการมองพิจารณาถึงเส้นทางของการพัฒนาทักษะต่างๆของบุคลากรนั้นๆ ว่ามีทิศทางที่สอดคล้องกับความสามารถที่บุคลากรนั้นๆมีมาก หรือน้อยขนาดไหน รวมถึงการมองข้ามความชอบในการใช้ทักษะเหล่านั้นที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อบุคลากรเหล่านั้นถูกดึงให้มีการพัฒนาในสิ่งที่บุคลากรเหล่านั้นขาดทักษะ และความชอบแล้ว สิ่งที่ย่อมเกิดตามมา คือ กรอบของแรงต้านทานจากภายในใจของบุคลากรเหล่านั้นอันเป็นเหตุปัจจัยของการเกิดปรากฏการณ์ ที่เรียกว่า “การหยุดชงักของการพัฒนาการ”

ในมุมของภาคปฏิบัติ หลายคนคงต้องยอมรับว่าเวลาส่วนใหญ่ของเราหมดไปกับการทำงาน ซึ่งถ้างานที่เราทำไม่ใช่สิ่งที่เราชอบหรือถนัด และ / หรือ ไม่ได้เปิดโอกาส ให้เราได้ใช้ทักษะ ที่เราเองมีอยู่ในตัว ความสนุก และ ความสุขในงาน ก็คงเกิดขึ้นได้ยาก ในทางกลับกัน ถ้างานที่เราทำคือสิ่งที่เราชอบ หรือถนัด ตลอดจนได้ใช้ทักษะที่เรามีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ความสนุก และ ความสุขในงานก็คงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก และด้วยความตระหนักถึงความสำคัญในการนำเอาความสุขกับความสำเร็จมาประสานเข้าด้วยกันนี้ Multi-Dimension Intelligence Assessment จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทางเราภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยพัฒนาสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับบุคลากร และองค์กรต่างๆของไทย Multi-Dimension Intelligence Assessment ได้ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นดั่งกระจกสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายในของบุคลากร ที่แม้เจ้าตัวเองอาจมองไม่เห็นหรืออาจมองข้ามศักยภาพเหล่านี้ ผลที่ได้จากการทำ Assessment นั้นสามารถนำมาใช้ประกอบการ-วิเคราะห์และพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบโดยเน้นถึงการปรับแต่งให้ทั้งความถนัดส่วนตัว,ความถนัดที่ต้องการในงาน,ทักษะและอารมณ์สนุกในการทำงาน เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างเป็นประสิทธิผลสูงสุดให้กับทั้งตนเองและองค์กร

Multi-Dimension Intelligence Profile แบ่งออกเป็น 4 มิติดังนี้

มิติที่ 1 ความถนัดเชิงอัจฉริยภาพส่วนตัว

ได้แก่ความถนัด หรือ ความชอบส่วนตัวที่มีอยู่ภายในตัวบุคคลนั้นๆรวมถึงแรงขับดันต่างๆที่มีผลในการตัดสินใจและการแสดงออก หรือที่เรียกว่า Innate Dirve นั่นเอง ซึ่งขอมูลดังกล่าวจะทำให้เราทราบได้ว่าตัวของบุคคลนั้นๆมีลักษณะอย่างไรรวมถึงแรงขับดันในการแสดงพฤติกรรม หรือ การตัดสินใจ เช่น มักตัดสินใจด้วยอารมร์ ความรู้สึกมากกว่าที่จะตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล หรืออาจเป็นคนที่ตัดสินใจด้วยความท้ามายมากกว่าที่จะตัดสินใจด้วยระบบของขั้นตอน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักมิได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนในแต่ละบุคคล


 

 

 

มิติที่ 2 ความถนัดที่ต้องการในงานที่รับผิดชอบอยู่ในปัจจุบัน

ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้เราทราบได้ว่าบุคลากรเหล่านี้ได้ใช้ศักยภาพ และขีดความสามารถที่บุคลากรเหล่านี้มีตรงกับความต้องการของตำแหน่ง หน้าที่ ที่บุคลากรเหล่านี้รับผิดชอบในระดับไหน เพราะเมื่อใดที่ศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรเหล่านี้สอดคล้องกับขีดความสามารถและทักษะของตำแหน่ง หน้าที่ ที่บุคลากรเหล่านี้รับผิดชอบแล้วนั้น ก็ย่อมหมายถึงความสำเร็จในงานย่อมเกิดขึ้นตามมานั่นเอง


 

 

 

มิติที่ 3 ความสามารถเชิงทักษะที่มีอยู่ภายใน

ข้อมูลในส่วนนี้จะวิเคราะห์ถึงความสามารถ หรือทักษะที่บุคคลเหล่านี้มีว่าอยู่ในระดับใด และเหมาะสมกับลักษณะของงานที่บุคคลเหล่านี้รับผิดชอบอยู่หรือไม่ หรืออาจแสดงถึงความสามารถด้านอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฎในงานก็เป็น ซึ่งเมื่อใดที่เรานำข้อมูลในส่วนนี้มาพิจารณาร่วมกับข้อมูลในมิติที่ 1 และ2 แล้วย่อมจะทำให้เกิดเป็นกระบวนการที่เรียกว่า "Put the right man with the right heart to the right job" นั่นเอง

 


 

 

มิติที่ 4 ความสามารถในการบริหารอารมณ์

ผลการวิเคราะห์ในมิติสุดท้ายนี้จะเป็ฯผลที่แสดงออกถึงภาวะในการบริหารอารมณ์ของบุคคลากรเหล่านั้นว่าสามารถบริหารอารมณ์ได้ในระดับใดรวมถึงสามารถสะท้อนถึงข้อมูลในส่วนมิติ 1,2 และ ตอนต้นว่ามีผลกระทบกับระดับของการบริหารอารมณ์ของบุคลากรนั้นๆในระดับใด เป็นต้น

 

 

 

 

ประโยชน์ของ Multi-Dimension Intelligence Assessment

ผลการวิเคราะห์ความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ คือ ภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงความถนัดเชิงอัจฉริยภาพที่ซ่อนอยู่ ภายในตัวของผู้กรอกแบบสอบถาม ตลอดจนมุมมอง ในการมองสิ่งต่างๆ รอบๆตัว อาทิ การมองงาน และ ความถนัดที่ต้องการในงาน,ทักษะที่มีอยู่ในตัว หรือ ความสามารถในการบริหารอารมณ์ อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่เราไม่ได้ให้ความ สนใจกับการรวบรวมความชอบ,ความถนัด และทักษะเหล่า นี้เข้าเป็นหมวดหมู่ เพื่อทำการวิเคราะห์ และวางแผนชีวิตอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มอัตราความสุข และ ความสนุก ให้เกิดขึ้นในทั้งชีวิตส่วนตัว และ ในชีวิต การทำงาน

ผลจากการวิเคราะห์ได้แบ่งความ ถนัดเชิงอัจฉริยภาพ ออกเป็นหมวดหมู่ ตามหลักการของ Whole Brain Technology ที่มีรากฐานมาจากทฤษฎี The Triune Brain Theory( National Institute of Mental Health, USA ) และ Left Brain/Right Brain Theory ( ค้นคว้าโดย Roger Sperry เจ้าของรางวัล Nobel Prize จาก California Institute of Technology ) โดยสถาบัน Herrmann International สหรัฐอเมริกา ที่แยกความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ ออกตามความถนัดของสมองที่มี ในแต่ละส่วน ของมนุษย์ เมื่อนำผลต่างของคะแนนการวิเคราะห์ในแต่ละ มิติมาประมวลผลจะทำให้เราสามารถวางแผนการพัฒนาตน เองได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ สร้างเป็นแนวทางใน การปรับภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างความสุข และ ความสนุกให้เกิดขึ้นในชีวิต


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CLICK HERE DOWNLOAD